สศอ.หนุนโครงการพัฒนา"ยางคอมพาวด์"หวังเพิ่มมูลค่ายางดิบ ต่อยอดสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กล่าวว่าสศอ.ได้ดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมยางคอมพาวด์เพื่อยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำนโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมยางคอมพาวด์ และยกระดับการผลิตในอุตสาหกรรมให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ยางคอมพาวด์ เกิดจากการนำยางพารามาผสมกับสารเคมีเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น เป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการผลิตและการแปรรูปยางเพื่อการส่งออก ในรูปผลิตภัณฑ์ยางชนิดต่างๆ ตัวอย่างเช่น ยางล้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ พื้นรองเท้า สายพาน เครื่องมือทางการแพทย์ ยางรองคอสะพาน เป็นต้น
ปัจจุบันผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางทั่วโลกมีความต้องการ ยางคอมพาวด์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยประเทศไทยมีศักยภาพเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพาราเป็นอันดับต้นของโลก ในปี 2556 มีผลผลิตยางพาราประมาณ 4.1 ล้านตัน ส่งออกในรูปยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น ยางคอมพาวด์ และอื่นๆ รวมกันประมาณ 3.66 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออกประมาณ 2.49 แสนล้านบาท
ขณะที่การส่งออกเฉพาะยางคอมพาวด์เป็นจำนวน 809,776 ตัน คิดเป็นมูลค่า 65,863 ล้านบาท คาดว่าปริมาณและมูลค่าการส่งออกยางคอมพาวด์จะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น
ขณะนี้ มีการตั้งโรงงานผลิตยางคอมพาวด์เพิ่มขึ้นทั้งในภาคใต้และภาคตะวันออก โดยส่วนมากเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน และมาเลเซีย ซึ่งตั้งโรงงานผลิตยางคอมพาวด์เพื่อการส่งออก ดังนั้น จึงควรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถผลิตยางคอมพาวด์และแปรรูปยางพาราสำหรับใช้ในเชิงอุตสาหกรรมได้ เพื่อเพิ่มมูลค่ายางให้กับประเทศ
"ในปี 2557 สศอ.จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมยางคอมพาวด์เพื่อยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์ และมีการจัดทำคู่มือปฏิบัติการเทคโนโลยีการผลิตยางคอมพาวด์ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราไทยไปสู่การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการไทย" นายสมชาย กล่าว









