พาณิชย์รุกหนักตลาดอาเซียนครึ่งปีหลัง คาดมูลค่าส่งออกครองแชมป์ปีที่ 5 เร่งวางแผนหนุนส่งออกรับเออีซีปีหน้า
“นันทวัลย์” สั่งลุยตลาดอาเซียนครึ่งปีหลัง เพิ่มกิจกรรมแสดงสินค้าไทย มั่นใจขึ้นแท่นตลาดเบอร์หนึ่งของไทยแซงหน้าตลาดสหรัฐฯและญี่ปุ่นเป็นปีที่ 5 พร้อมเร่งเสริมแกร่งผู้ส่งออกวางแผนใช้ประโยชน์จากเออีซีในปีหน้า
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2557 มีแผนจะจัดกิจกรรมบุกเจาะตลาดอาเซียน ทั้งการจัดงานแสดงสินค้าไทย หรือไทยวีค โดยการนำคณะผู้ส่งออกเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การจัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าต่างๆ ไปขายสินค้า และการร่วมกับห้างสรรพสินค้าในอาเซียนจัดกิจกรรมโปรโมทสินค้าไทย
"มั่นใจว่าปีนี้ตลาดอาเซียนจะยังเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน คิดเป็นสัดส่วนส่งออกประมาณ 25% ของการส่งออกทั้งหมด นำหน้าตลาดเดิมอย่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น"
ทั้งนี้ การจัดงาน"ไทยวีค" มีแผนที่จะนำคณะผู้แทนการค้าไทยไปขายสินค้าจำนวน 9 ครั้ง ที่ย่างกุ้ง โฮจิมินห์ ฮานอย มะนิลา กัวลาลัมเปอร์ พนมเปญ เวียงจันทน์ สิงคโปร์ จาการ์ตา และเมืองสุราบายา ส่วนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้ามี 7 งาน ได้แก่ งานแสดงเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม ที่สิงคโปร์ งานแสดงสินค้าเครื่องจักรกล ที่เวียดนามและอินโดนีเซีย งานแสดงสินค้าที่กัมพูชา งานแสดงสินค้าอาหาร และงานแสดงสินค้ารองเท้า ที่มาเลเซีย งานแฟชั่น ที่อินโดนีเซีย
สำหรับการจัดคณะผู้แทนการค้า จะจัด 13 ครั้ง ครอบคลุมสินค้าอาหาร เกษตร ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร พลาสติก และแฟชั่น โดยมีแผนที่จะไปเวียดนาม เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และกิจกรรมที่จะโปรโมตสินค้าไทยร่วมกับห้างสรรพสินค้าในอาเซียน จะเน้นใน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย สินค้าอาหาร อินโดนีเซีย สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ผลไม้ กัมพูชา สินค้าผลไม้สด และสิงคโปร์สินค้าอาหาร ผัก ผลไม้ ข้าว ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น เครื่องประดับ
นางนันทวัลย์กล่าวว่ายังมีแผนที่จะเร่งผลักดันให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทยเตรียมความพร้อมในการใช้ประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ให้มากขึ้น โดยจะปรับมุมมองของภาคเอกชนให้มองอาเซียนเป็นตลาดเดียว เหมือนกับที่มองการทำตลาดในไทย และจะผลักดันให้ออกไปลงทุน ร่วมทุน ในสาขาที่ไทยขาดแคลนวัตถุดิบและแรงงาน โดยเน้นกลุ่ม CLMV คือ กัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์ และลาว รวมทั้งจะเน้นการส่งเสริมการค้าชายแดน และใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นประตูไปสู่จีนตอนใต้และอินเดีย และใช้สิทธิพิเศษที่ประเทศเพื่อนบ้านยังได้จากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ในการส่งออกสินค้า
สำหรับกิจกรรมที่จะใช้สนับสนุนผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดอาเซียน กรมฯ ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC Business Support Center เปิดแล้ว 10 ศูนย์ใน 8 ประเทศอาเซียน มีหน้าที่ให้บริการด้านข้อมูลการค้า การลงทุน เกี่ยวกับอาเซียนทั้งหมด ตลอดจนให้คำปรึกษาเชิงลึก การนัดหมายผู้นำเข้า และการช่วยหาวัตถุดิบ
นอกจากนี้ ยังได้เปิด DITP AEC Club เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ปัจจุบันมีสมาชิก 750 ราย ซึ่งกรมฯ ได้จัดกิจกรรมนำเอกชนที่ประสบความสำเร็จในตลาดอาเซียนมาให้ข้อมูลเชิงลึกและคำปรึกษารายตลาด การจัดกิจกรรมภาคสนาม นำผู้ส่งออกไปพบปะกับผู้ซื้อในอาเซียน และยังได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาธุรกิจสู่สากล หรือ Business Mentoring Center เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ ในรูปแบบพี่เลี้ยงทางธุรกิจ ซึ่งล่าสุดกำลังคัดเลือกผู้ประกอบการไปขยายตลาดที่เมียนมาร์









