วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำตาลครบุรีรุกพลังงาน

ผู้ถือหุ้น "น้ำตาลครบุรี" อนุมัติเงินปันผล 0.30 บาท เตรียมจ่าย 16 พ.ค.นี้ "ทัศน์ วนากรกุล" ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท

นายทัศน์ วนากรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ KBS เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดประจำปี 2556 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.50 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว เมื่อเดือนก.ย.2556 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คงเหลือเงินปันผลจ่ายงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 16 พ.ค.ที่จะถึงนี้

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เดิม (Product Line) ที่มีอยู่ รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการทำนาและปลูกมันมาเป็นการปลูกอ้อย เนื่องจากได้ราคาดีกว่า โดยจะเริ่มจากบริเวณโดยรอบโรงงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามแผนงานบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน โดยระยะสั้นจะเน้นการปรับปรุงคุณภาพของไร่อ้อย เพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร รวมทั้งขยายวงเงินสินเชื่อให้เกษตรกร โดยมีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ปลูกอ้อยไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปี ฝ่ายผลิตจะเน้นเรื่องประสิทธิภาพการผลิตเป็นสำคัญ ลดอัตราการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต และลดต้นทุนต่อหน่วยผลิต

ทั้งนี้เขาเชื่อว่า การเป็นผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง จะเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญของโรงงานน้ำตาล ส่วนฝ่ายตลาดจะต้องคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตอบสนองผู้บริโภคให้ดีขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ บริการ และความคุ้มค่า รวมถึงต้องเปิดตลาดใหม่ๆ ระยะกลางจะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากที่มีอยู่ เช่น ไฟฟ้า และกากน้ำตาล มาผลิตเป็นเอทานอล

สำหรับน้ำตาลครบุรี มีความได้เปรียบที่มีกลุ่มมิตซุยจากญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ กลุ่มมิตซุยให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำเทคนิคการผลิตที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยหาลูกค้าในระดับนานาชาติมาให้น้ำตาลครบุรี นอกจากนั้น น้ำตาลครบุรี ยังวางแผนต่อยอดโดยการลงทุนในโรงงานผลิตเอทานอล และมีเป้าหมายในการเพิ่มกำลังการผลิต และขยายโรงงานเมื่อเวลาเหมาะสม

"การลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า และเอทานอล มีความสำคัญ เพราะรายได้จากธุรกิจชีวพลังงานมีความมั่นคงมากกว่า เมื่อเทียบกับกำไรจากธุรกิจน้ำตาลซึ่งมีความผันผวนตามราคาน้ำตาลในตลาดโลก บริษัทมีเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานเป็นร้อยละ 20 ขณะที่เป้าหมายสัดส่วนกำไรของธุรกิจพลังงานอยู่ที่ร้อยละ 30 - 35 และเรามีเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง เพราะโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศไทยน่าจะเป็นตัวเลขสองหลักต่อปีไปอีกอย่างน้อย 5-7 ปี"

ปัจจุบันน้ำตาลครบุรี มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) 2.5% ซึ่งถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยตั้งเป้าติดอันดับ 1 ใน 5 ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะมุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพ ประสิทธิภาพ การพัฒนาบุคลากร ผสานด้วยเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านธุรกิจอ้อย น้ำตาล และพลังงาน โดยบูรณาการ (Integrate) ทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ในการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยวางเป้ารายได้ปีนี้ประมาณ 6 พันล้านบาท