"โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา" คาดกำไรปีนี้ทรงตัวจากปีก่อน หลังการเมืองยืดเยื้อกระทบธุรกิจอาหาร-อัตราเข้าพักโรงแรม
นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)หรือ CENTEL เปิดเผยว่า กำไรปีนี้คาดว่าจะแค่ทรงตัวจากปีก่อนที่ทำได้ 1.3 พันล้านบาท เนื่องจากอัตราการเข้าพักในช่วงไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ 75% จากเดิมที่เคยคาดไว้อัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 80% ซึ่งผลกระทบทางการเมืองที่ยืดเยื้อส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่เข้าพักโรงแรมที่อยู่ใกล้บริเวณพื้นที่ชุมนุม และยังไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท บนสมมุติฐานที่ว่าการเมืองจะคลี่คลายลงโดยเร็ว ไม่ยืดเยื้อจนถึงสิ้นปี
ทั้งนี้ บริษัท คาดว่าการเติบโตของอัตราการเข้าพักจะกลับมาปกติที่ระดับ 80% ในช่วงไตรมาส 4 เนื่องจากมองว่าเป็นช่วงไฮซีซั่น และคาดว่าสถานการณ์การเมืองจะคลี่คลายมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นายรณชิต เคยระบุว่า กำไรสุทธิปีนี้คาดว่าจะดีกว่าปีก่อน และตั้งเป้ารายได้ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิใกล้เคียงปีก่อน ด้วยการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อที่ยอดกำไรสุทธิจะได้เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
นายรณชิต กล่าวถึงแผนการลงทุนในปีนี้ ว่าจะเปิดร้านอาหาร 1 แบรนด์ ในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือไตรมาส 3 ซึ่งขณะนี้กำลังเจรจากับพันธมิตรที่ประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะเปิด 1-2 แห่ง ในขณะที่ธุรกิจโรงแรม ขณะนี้มีการเสนอบอร์ดเพื่อสร้างโรงแรมราคาประหยัด ภายใต้แบรนด์ 'โคซี่' ที่สมุยและพัทยา คาดว่าจะสามารถก่อสร้างได้ภายในไตรมาส 4
นอกจากแบรนด์ "โคซี่" แล้ว บริษัท ยังมีแผนจะเปิดโรงแรมใหม่ มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท เป็นโครงการคล้าย เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ขณะนี้อยู่ในช่วงของการศึกษา แต่มีพื้นที่เตรียมไว้แล้ว หากได้ข้อสรุปรูปแบบของโรงแรม ก็จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในต้นปีหน้า
ส่วนความคืบหน้าของการตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ( REIT)ว่า ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเพราะสถานการณ์การเมืองยังกดดัน จึงเลื่อนออกไปก่อนตามแผนงานเดิม ซึ่งจะกลับมาพิจารณาและวางแผนอีกครั้งหลังภาวะทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น






