มีมุมมองเชิงบวกต่อการซื้อ Hess
ประเด็นข่าว
- PTTEP ประกาศซื้อกิจการของ Hess ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าของสัดส่วนการถือหุ้นในแหล่งปิโตรเลียมสำคัญ 2 แหล่ง ได้แก่ (1) Contract 4 Project (โครงการไพลิน โครงการมรกต และโครงการอุบล) ในสัดส่วน 15% และ (2) โครงการสินภูฮ่อม ในสัดส่วน 35% โดย PTTEP จะใช้เงินลงทุนในครั้งนี้ประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท)
ผลกระทบและความเห็น
- เราชอบการลงทุนในครั้งนี้ ปัจจุบันโครงการสินภูฮ่อม และ Contract 4 Project มีปริมาณสำรองปิโตรเลียม (2P) รวม 506 ล้านบาร์เรล กว่า 81% เป็นผลิตภัณฑ์ก๊าซฯ การลงทุนในครั้งนี้เราประเมินว่าเหมาะสม ซึ่งนอกจาก PTTEP จะมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพิ่ม 5% แล้ว (ปริมาณสำรอง 2P ณ สิ้นปี 2556 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาร์เรล) เงินลงทุนต่อปริมาณสำรองปิโตรเลียมอยู่ที่ 11.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเท่านั้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ระดับ 13 – 15 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
- ซื้อ Hess คาดเพิ่มมูลค่าให้ PTTEP อีก 4 บาท เราประเมินว่าบริษัทจะมียอดขายปิโตรเลียมเฉลี่ยต่อวันในปี 2557 ปรับเพิ่ม 3.4% และปี 2558 ที่ 5.5% จากเป้าหมายยอดขายปิโตรเลียมของ PTTEP ขณะที่ประมาณการผลประกอบการคาดว่าจะทำให้กำไรสุทธิปี 2557 เพิ่มขึ้น 4% จากเดิมที่เราประเมินไว้ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท (+14% YoY) โดยมูลค่าเหมาะสมของ PTTEP จะเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวประมาณ 4 บาท สมมติฐานเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. เป็นต้นไป เนื่องจากบริษัทคาดว่าจะสามารถดำเนินการเข้าซื้อกิจการให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้
คำแนะนำและเหตุผล
- มีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในครั้งนี้ แนะนำ “ซื้อ” การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวถือว่าดีที่สุดตั้งแต่เราติดตาม PTTEP มา เนื่องจาก (1) การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ถือว่าไม่แพง (2) เป็นสินทรัพย์ที่อยู่ในขั้นตอนการผลิต (Producing Asset) ทำให้ PTTEP สามารถรับรู้รายได้ทันที และ (3) ไม่กระทบส่วนของทุน เนื่องจากบริษัทมีเงินสดในมือกว่า 2.3 พันล้านเหรียญ ณ สิ้นปี 2556 ที่ผ่านมา ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”









