'ซีเอฟโอ'ไทย 10% กังวลการเมือง 71%มุ่งควบกิจการในประเทศเพื่อนบ้าน
แบงก์ออฟอเมริกาเมอร์ริลลินช์ รายงานผลสำรวจมุมมองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (ซีเอฟโอ) ในเอเชียประจำปี 2557 โดยสำรวจซีเอฟโอ 639 คน และผู้บริหารด้านการเงินระดับอาวุโสในภูมิภาค โดย 25% มาจาก 5 ประเทศในอาเซียน คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และเกือบ 60% เป็นผู้บริหารธุรกิจที่ทำรายได้ต่อปีมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์
สำหรับ ซีเอฟโอ ในประเทศอาเซียน ประกอบด้วย มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มองว่ารายได้และการเติบโตของกำไรจะน้อยกว่าปีที่แล้ว
ผลการสำรวจพบว่า 72% คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น ลดลงจากระดับ 81% ในปีที่แล้ว ขณะที่ ผลกำไร มีซีเอฟโอเพียง 63% ที่คาดการณ์ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ เพื่อเทียบกับการสำรวจในปีที่แล้วที่ระดับ 72%
ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับระดับของประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก ที่ระดับรายได้อยู่ที่ 76% และ 60% ตามลำดับ
"ความรู้สึกว่าจะแย่ลงเกิดขึ้นพร้อมกับต้นทุนด้านการเงิน วัตถุดิบและแรงงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดมาตรการคิวอี รวมทั้งการอ่อนค่าของค่าเงินในภูมิภาค" นายเกรกอรี เซา ผู้บริการแบงก์ออฟอเมริกาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
ในอินโดนีเซีย ระดับการคาดหวังการเติบโตของกำไรปีนี้ ลดลงอยู่ที่ระดับ 67% จากระดับ 83% ในปีที่แล้ว ในฟิลิปปินส์ ลดลงจากระดับ 78% ในปีที่แล้ว อยู่ที่ระดับ 43%
สำหรับอินโดนีเซีย ความผันผวนของค่าเงินและการขุดดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้น ในปีที่ผ่านมา ค่าเงินรูเปี๊ยะห์อ่อนค่ามากสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2543 สำหรับฟิลิปปินส์ ความเสียหายจากไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ภายในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
รายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจทางการเงินของภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมและดำเนินธุรกิจใน 12 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย
ซีเอฟโอในตลาด 12 ประเทศข้างต้นมองว่าการเติบโตของรายได้มากกว่าผลกำไร แต่ซีเอฟโอในมาเลเซียและสิงคโปร์คาดการณ์ต่างออกไป
ในมาเลเซีย ซีเอฟโอที่สำรวจ 70% คาดว่าอัตรากำไรจะเติบโต ขณะที่มีเพียง 53% คาดว่ารายได้จะเติบโต ส่วนซีเอฟโอสิงคโปร์ 68% คาดว่ากำไรเติบโต มากกว่าผู้ที่คาดว่ารายได้จะเติบโต ที่มีสัดส่วน 61%
"มุมมองในแง่ดี กำไรมากกว่ารายได้มาจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เพราะเห็นว่าจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ยิ่งกว่านั้นธนาคารกลางประเทศเหล่านี้มีประสบการณ์ในการจัดการกับความผันผวนของบค่าเงิน ซึ่งมีผลต่อต้นทุนของบริษัทโดยตรง เศรษฐกิจทั้งสองประเทศมีความยืดหยุ่น เพราะว่าเกินดุลบัญชีเดินสะพัด"
สำหรับความเสี่ยงมากที่สุดในปี 2557 ซีเอฟโอ 36% กังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงในตลาดเงิน ตามมาด้วยความเสี่ยงการดำเนินธุรกิจ 25% และความเสี่ยงเศรษฐกิจมหภาค 24%
ในด้านตลาดการเงินนั้น ซีเอฟโอส่วนใหญ่ 35% กังวลความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน 30% กังวลความเสี่ยงสภาพคล่อง และ 20% กังวลความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย 20%
ซีเอฟโอในอินโดนีเซีย เป็นผู้ที่กังวลมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ในเรื่องของความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน โดย 70% เห็นว่าเป็นความเสี่ยงในตลาดการเงินมากที่สุด ตามมาด้วยซีเอฟโอของสิงคโปร์ 55% และ ซีเอฟโอของมาเลเซีย 47%
นอกจากนี้ ผลสำรวจมีประเด็นสำคัญ คือ
การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง : ซีเอฟโอ ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง มีเพียง 13% ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กังวลการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศตัวเองในปี 2557 ว่าจะส่งผลลบต่อธุรกิจของตัวเอง ขณะที่ 38% คาดว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจ
สำหรับความเสี่ยงทางการเมืองในไทยนั้น มีซีเอฟโอเพียง 10% เท่านั้นที่กังวล ขณะที่ซีเอฟโออินโดนีเซียส่วนใหญ่ 57% และในอินเดีย 35% ที่มองว่าการเมืองจะส่งผลดีต่อธุรกิจ
การควบรวมกิจการ (M&A) : ในภาพรวมในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเป็นไปได้จะเกิดการควบรวมกิจการทั่วทั้งภูมิภาค แต่ซีเอฟโอจากการสำรวจครั้งนี้ 62% ระบุว่ายังไม่มีแผนที่จะควบรวมกิจการในปีนี้ แต่มีความสนใจการควบรวมในตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคนี้ ขณะที่ความสนใจควบรวมกิจการในจีนนั้นลดลง มีเพียง 15% จากสัดส่วนความสนใจในปีก่อนที่ระดับ 24%
สำหรับในไทย ซีเอฟโอ 71% คาดว่าจะมุ่งการควบรวมกิจการในตลาดเกิดใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม)
การสำรวจซีเอฟโอของสิงคโปร์ ชี้ว่า 47% ระบุภูมิภาคที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษคืออินเดียและเอเชียใต้ ขณะที่ 40% ยังสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เฟดเลิกคิวอี : การปรับลดคิวอีของเฟดเป็นปัจจัยที่ซีเอฟโอส่วนใหญ่รับรู้อยู่แล้ว ผลสำรวจซีเอฟโอในเอเชียแปซิฟิก 41% ระบุว่าการสิ้นสุดของคิวอี จะสร้างปัญหาให้กับเอเชีย ขณะที่ 59% ไม่มีความเห็นหรือเห็นต่างออกไป
สำหรับซีเอฟโอใน 5 ประเทศอาเซียน มองในทิศทางเดียวกัน โดย 46% เห็นว่าจะสร้างปัญหาใหญ่กับประเทศในเอเชีย ส่วนที่เหลือไม่เห็นด้วย หรือไม่ออกความเห็น








