มองข้ามผลประชุม กนง.ซึ่งคาดว่าคงดอกเบี้ย ไปที่ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในระยะสั้น
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ ผลการประชุม กนง. ในวันนี้ ซึ่งเราประเมินว่าจะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.0% อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อ SET ในระยะสั้น อย่างไรก็ดีเราให้น้ำหนักกับปัจจัยทางการเมืองที่จะเข้ามาเพิ่มโอกาสให้ SET พักตัวลงในรูปแบบ “Sell in May and Go Away” อีกครั้งใน พ.ค.57 ทั้งในส่วนของความเป็นได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้นายกฯยิ่งลักษณ์มีความผิดกรณีโยกย้ายเลขา สมช. ซึ่งถ้าในวันนี้ศาลฯอนุญาตให้เลื่อนชี้แจงไปได้อีก 15 วัน คาดว่าจะมีการตัดสินคดีดังกล่าวได้วันที่ 7 หรือ 14 พ.ค.57 ทั้งนี้ความเสี่ยงดังกล่าวสะท้อนออกมาจากสถิติหลังคำตัดสินของศาลฯในอดีตที่ส่งผลให้นายกฯสมัคร และสมชายพ้นตำแหน่ง ซึ่งพบว่า SET ปรับตัวลดลงเฉลี่ยถึง 6% และ 25% หลังการตัดสิน 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน รวมทั้งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นหากพรรค ปชป. บอยคอตการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยที่ กกต. มีกำหนดหารือกับรัฐบาลเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 30 เม.ย.57 และคาดว่า ปชป. จะแสดงท่าทีภายในต้น พ.ค.57 ซึ่งจากสถิติ 1 สัปดาห์ และ 1 เดือนหลังการประกาศบอยคอตการเลือกตั้งวันที่ 28 ก.พ.49 และ 21 ธ.ค.56 SET ปรับตัวลดลงเฉลี่ยถึง 2.0% และ 2.8% ตามลำดับ
เราไม่คาดหวังปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพราะแม้ว่าดัชนี VIX Index ที่ยังคงทรงตัวอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 75 วันที่ 16.4 จะสะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ปัจจัยกดดันที่สหรัฐจะมีการประมูลพันธบัตรราว 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์ตั้งแต่วันนี้ถึงวันพฤหัสฯ อาจส่งผลให้กรอบการเหวี่ยงขึ้นไปสัปดาห์นี้จำกัดลง ดังนั้นแม้ว่าในเชิงแนวโน้มตราบใดที่ยังไม่หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,390 จุด SET ยังมีโอกาสเหวี่ยงตัวขึ้นในกรอบ 1,390-1,430 จุดต่อไปได้ แต่เราเริ่มระมัดระวังกับ Downside Risk กรณีที่ SET หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,390 จุดมากขึ้น ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงจะส่งผลให้ SET มีโอกาสที่จะลงไปแกว่งตัวสร้างฐานในกรอบ 1,330-1,300 จุดอีกครั้งในเดือน พ.ค.2557
กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,390 จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในหุ้น BBL, PTTEP, TUF และ INTUCH โดยมี 1,390 จุดเป็นจุด Cut Loss ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART
Stock Picks
PTTEP (+) เราประเมินว่ากำไรปกติใน 1Q57 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 75% QoQ จากอัตราภาษีที่ลดลงสู่ระดับปกติที่ 45% จากที่สูงผิดปกติใน 4Q56 ขณะที่ทั้งปี 2557 เราประเมินกำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 10% YoY จากยอดขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น 6% YoY และโครงการ Zawtika ที่จะสามารถเริ่มการผลิตเต็มที่ในช่วง 2H57 ซึ่งคาดว่าจะชดเชยความเสี่ยงจากยอดขายปิโตรเลียมโครงการมอนทาราที่อาจต่ำกว่าเป้าได้ ขณะที่ Upside ของราคาหุ้นในอนาคต จะอยู่ที่การเข้าประมูลโครงการไพลิน และโครงการสินภูฮ่อมของ HESS Corporation ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1H57 ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 194.00 บาท แนะนำ “ซื้อ”
THCOM (+) การปรับตัวลงของราคาหุ้นในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ล่าสุดเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสมของเรา ราคาหุ้นกลับมามี Potential Upside Gain ราว 6.2% แล้ว ขณะที่เรามองว่าการปรับตัวลงดังกล่าวสะท้อนความเป็นไปได้ที่ผลการดำเนินงานใน 1Q57 ของบริษัทจะเป็นจุดต่ำสุดของปี 2557 ไปแล้ว ส่วนการยิงดาวเทียมไทยคม 7 ในช่วงกลางปีนี้ เราประเมินว่าจะเริ่มมีกำไรในปี 2559 และเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ราว 1 บาท/ หุ้น ประเมินมูลค่าเหมาะสม (รวมดาวเทียมไทยคม 7) ที่ 43.00 บาท ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
Technical Plays
ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดเป็นแนวโน้มพักตัว 3 วัน ยืนเหนือ 1415 จุด มีแนวโน้มไปในทางขาขึ้น คาดว่าตลาดจะแกว่งตัวในกรอบ 1410-1425 จุด ยืนเหนือ 1410 จุด ยังเป็นแกว่งตัวทางขาขึ้น มีแนวรับ 1410 จุด แนวต้านหลัก 1430 จุด
BBL
ราคาปิดเป็นแนวโน้มพักตัว 3 วันมีน้ำหนักทางขาขึ้น มีวอลุ่มเด่น 5 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรกรอบแนวรับแนวต้านได้






