สศช.ชี้'การเมือง-ศก.โลก'ปัจจัยเสี่ยงสำคัญครึ่งปีหลัง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) รายงานต่อคณะรัฐมนตรี เรื่อง"สถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือนก.พ. และแนวโน้มปี 2557 มีประเด็น ดังนี้
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2557
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2557 สศช. ประมาณการเศรษฐกิจของไทยปี 2557 ว่ามีแนวโน้มขยายตัวในช่วง 3.0-4.0% เป็นการปรับลดจากการประมาณการครั้งก่อนเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2556 โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัว 5.0-7.0% การบริโภคของครัวเรือนและการลงทุนรวมขยายตัว 1.4% และ 3.1% ตามลำดับ
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี คาดว่าจะอยู่ในช่วง 1.9-2.9% และบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 0.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปียังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้
1. ความยืดเยื้อของสถานการณ์การเมืองที่อาจส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศมีความล่าช้าและการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่ำกว่าคาดการณ์
2. ความล่าช้าในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการขยายตัวของการส่งออก
3. สถานการณ์ภัยแล้งที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง
4. การปิดซ่อมแหล่งก๊าซเจดีเอในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. 2557
ภาวะเศรษฐกิจในเดือนก.พ.
ภาวะเศรษฐกิจเทียบกับเดือนก่อนหน้า
เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2557 ทั้งด้านการใช้จ่ายและการผลิตยังอยู่ในภาวะทรงตัว หรือหดตัวเล็กน้อย โดยปรับตัวดีขึ้นในเดือนม.ค. ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเดือนก.พ. อย่างไรก็ตาม การส่งออก การผลิตภาคเกษตรและการท่องเที่ยวปรับตัวลดลงต่อเนื่องตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่เป็นไปอย่างช้าๆ ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและปัญหาการท่องเที่ยว
ภาวะเศรษฐกิจเทียบกับเดือนก.พ.2556
เครื่องชี้เศรษฐกิจสำคัญยังปรับตัวลดลง โดยเฉพาะดัชนีการบริโภคอุปโภคภาคเอกชน ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนและดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากความเชื่อมั่นลดลง ประกอบกับการใช้จ่ายและการลงทุนในช่วงไตรมาสแรกปี 2556 อยู่ในระดับสูง ในขณะที่การส่งออกฟื้นตัวช้า
นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวยังลดลงต่อเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์การเมืองในประเทศ มาตรการเพิ่มคุณภาพนักท่องเที่ยวและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน สภาพอากาศที่หนาวผิดปกติในอเมริกาเหนือและการอ่อนค่าของเงินเยน
อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ทั้งในด้านอัตราเงินเฟ้อและอัตราว่างงานยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
-การใช้จ่ายภาคครัวเรือนหดตัวต่อเนื่อง ในเดือนก.พ. 2557 ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนลดลง 2.5% ต่อเนื่องจากการลดลง 1.5% ฝนเดือนม.ค. โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากฐานที่สูงในเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า รวมทั้งเศรษฐกิจในภาพรวมยังอยู่ในภาวะชะลอตัวและผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น
-ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนลดลง 7.7% ต่อเนื่องจากการลดลง 8.1% ในเดือนม.ค. โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของการนำเข้าสินค้าทุนและปริมาณจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เนื่องจากฐานที่สูงในเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่การลงทุนในหมวดก่อสร้างยังคงขยายตัวดี สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ในประเทศและพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างขยายตัว 3.5% และ 20.8% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนใหม่มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนรอความชัดเจนของนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่
-การส่งออกปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและตลาดคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น การส่งออกในเดือนก.พ. มีมูลค่า 18,151 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 2.2% โดยรวม 2 เดือนแรก มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับการลดลง 1.0% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ในขณะมูลค่าในรูปเงินบาท ขยายตัว 9.9% เทียบกับการขยายตัว 2.4% ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว
-การผลิตภาคเกษตรกรรมเริ่มชะลอตัวลง โดยผลผลิตสินค้าเกษตรในเดือนมี.ค. ขยายตัว 1.6% เทียบกับเดือนก่อนหน้าชะลอตัวลง 3.9% ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตยางพารา ข้าวโพด ปศุสัตว์ และกุ้ง
รวมไตรมาสแรกของปี 2557 ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น 2.9% ดัชนีราคาสินค้าเกษตรลดลง 0.1% และดัชนีรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2.8% เทียบกับ 4.6% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556
-การผลิตอุตสาหกรรมหดตัวช้าลง โดยผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.พ. ลดลง 4.4% เทียบกับการลดลง 5.6% ในเดือนก่อนหน้า ในขณะที่อัตราการใช้กำลังผลิตลดลงจาก 62.1% ในเดือนม.ค. เป็น 59.2% ในเดือน ก.พ. ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศลดลง และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการส่งออกที่ยังเป็นไปอย่างช้าๆ
ในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ ผลผลิตอุตสาหกรรมลดลง 5.0% เทียบกับการหดตัว 7.1% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 และอัตราการใช้กำลังผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 60.7%
-ภาคการท่องเที่ยวหดตัวต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนมี.ค. 2557 มีจำนวน 2.1 ล้านคน ลดลง 9.4% ต่อเนื่องจากการลดลง 8.1% ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ มาตรการเพิ่มคุณภาพท่องเที่ยวและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน สภาพอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติในอเมริกาเหนือและการก่อนค่าของเงินเยน
รวมไตรมาสแรกของปี 2557 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.6 ล้านคน ลดลง 5.8% เทียบกับการขยายตัว 10.7% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556
-การเบิกจ่ายงบประมาณเดือนมี.ค. 2557 อยู่ที่ 141,387.93 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.5% หรือคิดเป็น 5.6% ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราเบิกจ่ายอยู่ที่ 8.4%
ทั้งนี้ เป็นการเบิกจ่ายลงทุน 13,311.06 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 82.3% หรือคิดเป็น 3.1% ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.5%
สำหรับการเบิกจ่ายของงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในเดือนก.พ. 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ 37,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นการเบิกจ่ายลงทุนของบริษัทการบินไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง
ในขณะที่การเบิกจ่ายงบลงทุนตามพระราชกำหนดวางระบบ บริหารจัดการน้ำ มีการเบิกจ่ายอยู่ที่ 110.5 ล้านบาท จากยอดเบิกจ่ายรวม 18,441.4 ล้านบาท คิดเป็น 5.3% ของงบที่ได้รับการจัดสรร








