ไทยพาณิชย์คาดสินเชื่อรายย่อยปีนี้โต 2-5% หลังไตรมาสแรกสินเชื่อยังหดตัว 1.2% แต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อ
นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ ทำให้ธนาคารคาดสินเชื่อรายย่อยจะขยายตัว 2-3.5 หมื่นล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อรวมที่มีอยู่ 7.56 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราการขยายตัว 2-5% ส่วนใหญ่จะเป็นการขยายตัวของสินเชื่อบ้านเป็นหลัก โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อบ้านสุทธิไว้ที่ 2.5-3 หมื่นล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อบ้านที่มีอยู่ 4.8 แสนล้านบาท คิดเป็นการขยายตัว 6-7% ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ยังขยายตัวในระดับต่ำ หรือขยายตัว 0-5% ในปีนี้
สำหรับไตรมาสแรกของปีนี้สินเชื่อติดลบ 1.2% เทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมา ทำให้พอร์ตสินเชื่อรายย่อยลดลงมาอยู่ที่ 7.47 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อบ้านยังขยายตัวได้ที่ระดับ 0.4% จากสิ้นปีก่อน และยังขยายตัวได้ 12.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สินเชื่อรถยนต์หดตัว 2.5% เมื่อเทียบกับสิ้นปีที่ผ่านมาและยังขยายตัวเพียง 1.1%
ส่วนในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เริ่มเห็นการฟื้นตัวของสินเชื่อแล้ว จากยอดอนุมัติสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ถือเป็นสัญญาณที่ดีกับตลาด ประกอบกับในช่วงครึ่งปีแรกจะมีผลจากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมาอีกด้วย ทำให้เชื่อว่าช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือ มีโอกาสที่สินเชื่อจะฟื้นตัวกลับมาได้
"เดือนม.ค.ถึงเดือนก.พ. สินเชื่อปรับลดลงไปตามสถานการณ์บ้านเมือง ทำให้คนซื้อของน้อยลง และรายได้ลูกค้าที่ปรับลดลง ประกอบกับแบงก์คุมเข้มมากขึ้น โดยจะพิจารณาทั้งคะแนนจากข้อมูลในใบสมัคร พฤติกรรมลูกค้าและข้อมูลประวัติทางการเงินที่มีอยู่กับธนาคารด้วย แต่ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นแล้ว"
นายญนน์กล่าวว่า การขยายสินเชื่อบ้านปีนี้โตลดลง โดยธนาคารตั้งเป้าการอนุมัติสินเชื่อที่ระดับ 9 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่อนุมัติสินเชื่อบ้านไป 1.3 หมื่นล้านบาท แต่ช่วงที่เหลือของปี เชื่อว่าจะมีความต้องการเข้ามา เพราะยังมียอดจองซื้อโครงการที่สร้างเสร็จที่รอโอนอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ
"ยอมรับว่าอัตราผลตอบแทนของสินเชื่อบ้านปรับลดลง เพราะธนาคารมีการคุมเข้มสินเชื่อ และคัดกรองลูกค้าคุณภาพมากขึ้นประกอบกับการแข่งขันเงินฝากที่ยังมีอยู่บ้าง ทำให้ไตรมาสแรกผลตอบแทนสินเชื่อบ้านอยู่มากกว่า 6%"
ส่วนสินเชื่อรถยนต์ปีนี้ คาดว่า ยอดขายรถใหม่จะไม่เกิน 1 ล้านคัน ขณะที่ตลาดรถมือหนึ่งและมือสองยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ประกอบกับมีการชำระคืนรวดเร็ว ทำให้คาดการเติบโตจะอยู่ที่ 0-5% สำหรับหนี้เสียจากสินเชื่อรายย่อย ในขณะนี้ยังรักษาไว้ได้ที่ 2%
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่าธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งที่ศึกษา ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/2557 เท่ากับ 5.03 หมื่นล้านบาท สูงเกินคาด 4.3% โดยเติบโต 11%จากงวดไตรมาส 4/2556 แต่ยังลดลงเล็กน้อย 1.4%จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีตัวช่วยจากการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ถึง 20.3% จากงวดไตรมาส 4 ปีก่อน
ทั้งนี้ ธ.พ. ที่แสดงการเติบโตของกำไรสุทธิไตรมาส1/2557 ที่โดดเด่นสุด เมื่อเทียบจากไตรมาส4/2556 ได้แก่แบงก์กรุงศรี (BAY),แบงก์กสิกรไทย (KBANK),แบงก์กรุงเทพ (BBL), แบงก์ทิสโก้ (TISCO) และแบงก์ไทยพาณิชย์ (SCB) เนื่องจากภาระการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่ลดลง และการลดลงของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ส่วน ธ.พ. ที่เหลือแสดงการลดลงของกำไรสุทธิ โดย 3 อันดับแรก คือ ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) จากสำรองหนี้ฯ เพิ่ม บวกกับรายได้จากธุรกิจหลักยังอ่อนแอ,แบงก์กรุงไทย ไม่มีการบันทึกรายได้พิเศษและเงินปันผลจากกองทุนวายุภักษ์ และทุนธนชาต (TCAP) รายได้จากธุรกิจหลักยังอ่อนแอ NIM หดตัว
ภายหลังการประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2557 ของ ธ.พ. 10 แห่งที่ศึกษา ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการผลการดำเนินงานของแบงก์ทิสโก้ลงเพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นการปรับลดเพียงเล็กน้อย โดยภายหลังปรับประมาณการ ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2557 ยังเติบโตที่ระดับเดิมคือ 2.4%จากปีก่อน สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2557 มีโอกาสอ่อนตัวสูงเนื่องจากภาพรวมของสินเชื่อที่ยังค่อนข้างทรงตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ NIM มีแนวโน้มหดตัวจากผลกระทบที่เกิดขึ้นเต็มที่จากการปรับอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือน มี.ค.2557 ที่ผ่านมา ส่วนคุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นประเด็นที่ให้ความสำคัญมาก จึงน่าจะยังเห็นการตั้งสำรองหนี้ฯ ระดับสูงต่อเนื่องสำหรับธนาคารส่วนใหญ่








