อาร์เอสมอบทีซีซี จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 ยกเว้นร้านค้ารายย่อย ร้านอาหารข้าวต้ม-ส้มตำข้างทาง
นายสุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ กรรมการและผู้อำนวยการสายงานกฎหมายและปราบปราม บริษัท จัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด หรือทีซีซี ในเครืออาร์เอส เปิดเผยว่า หลังจากทีซีซีในฐานะเป็นองค์กรกลางการบริหารการจัดเก็บค่าตอบแทนจากการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ได้รับมอบอำนาจและแต่งตั้งจากบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพรายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 20 หรือ 2014 FIFA WORLD CUP BRASIL ณ ประเทศสาธารณรัฐบราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิถุนายนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2557 อย่างเป็นทางการ จากสหพันธ์สมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศแต่เพียงผู้เดียวในราชอาณาจักรไทย โดยตั้งเป้าจะมีร้านค้าสนใจติดต่อขอลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันครั้งนี้ 10,000 ราย ถือเป็นตัวเลขมากกว่าเมื่อเทียบกับบอลโลกครั้งก่อน เนื่องจากปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้ยินดีให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมากขึ้น
ทั้งนี้ เนื่องด้วยสหพันธ์สมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ได้ให้ความสำคัญในงานแพร่เสียงแพร่ภาพการถ่ายทอดสดครั้งนี้ โดยจัดให้มีผู้แทนจาก FIFA เข้าร่วมสังเกตการณ์ในประเทศไทย ดังนั้น หากองค์กรธุรกิจ หน่วยงาน หรือสถานประกอบการใด ๆ ร้านอาหารสวนอาหาร ศูนย์จำหน่ายอาหาร ร้านคาราโอเกะ ภัตตาคาร เธค ผับ บาร์เบียร์ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า คลับเฮาส์ และบริเวณสถานที่กลางแจ้งของร้านอาหาร สวนอาหาร สถานบันเทิง โรงแรม ได้นำงานอันมีลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพดังกล่าวออกไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าในรูปแบบการนำออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือการจัดกิจกรรมส่งเสริมใด ๆ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ควรดำเนินการปรึกษาบริษัทฯ ก่อนดำเนินการ เพื่อจะได้รับทราบข้อมูล ขั้นตอน วิธีการนำงานลิขสิทธิ์ไปใช้และมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์อย่างถูกกฎหมาย ขณะเดียวกันจะไม่ดำเนินการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ดังกล่าวกับร้านค้ารายย่อย เช่น ร้านข้าวต้ม ร้านส้มตำลาบน้ำตกริมทาง ร้านก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารตามสั่งข้างถนน เป็นต้น
ส่วนสถานประกอบการเคเบิลทั่วประเทศและเว็บไซต์ ทางทีซีซีไม่อนุญาตให้นำผลงานอันมีลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพรายการแข่งขันดังกล่าว นำออกไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนเด็ดขาด หากมีการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางบริษัทฯ อาจมีความผิด และในส่วนกรณีที่ไม่ต้องดำเนินการขออนุญาตลิขสิทธิ์ ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพในการใช้สิทธิ (Home Used) เป็นการชมเพื่อความบันเทิงในครอบครับที่อยู่อาศัย เป็นต้น
“เราพร้อมทางด้านทีมทนายความและทีมดูแลเฉพาะกิจกว่า 300 คน กระจายลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบผู้ใช้งานลิขสิทธิ์และผู้ละเมิดผลงานอันมีลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพดังกล่าวทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ราคาค่าลิขสิทธิ์ที่แตกต่างกันตามแต่ละกรณีโดยเฉลี่ยเริ่มต้นขั้นต่ำที่ 30,000 บาท และหากผู้ประกอบการร้านค้าทำการขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว จะต้องทำการแสดงหนังสือไว้ในที่เปิดเผย และง่ายต่อการตรวจสอบของทีมทนายความและทีมปราบปรามร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้การตรวจสอบไปทำการรบกวนเวลาชม หรือรับประทานอาหารของลูกค้าในสถานประกอบการ” นายสุทธิศักดิ์ กล่าว






