วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สถิตย์'เปิดคุณสมบัติเอ็มดีใหม่ตลาดหุ้น

"สถิตย์" เปิดคุณสมบัติเอ็มดีคนใหม่ตลาดหลักทรัพย์ นำทัพตลาดหุ้นไทยสู่ตลาดโลก รับอาเซียนลิงค์ไม่ตื่นตัว จี้ผู้บริหารตลาดเร่งแก้

หากนับถอยหลังก็เหลือเพียงอีก 41 วัน สำหรับ"จรัมพร โชติกเสถียร" ในการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากจะหมดวาระในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ส่งผลให้คณะอนุกรรมการสรรหา ซึ่งมี นายมารวย ผดุงสิทธิ์ อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประธานในการคัดสรรผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ ต้องเร่งคัดสรรบุคคลที่เข้าเกณฑ์รอบแรก ก่อนจะเสนอคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ราวกลางเดือนพ.ค.นี้เช่นกัน

ดังนั้นคุณสมบัติ และบทบาทของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงของตลาดทุนโลกนั้น "สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์" ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ นสพ.กรุงเทพธุรกิจว่า ต้องยอมรับในแง่คุณสมบัติพื้นฐานของบุคคลที่จะมาเป็นผู้จัดการคนใหม่ ทุกคนมีความสามารถพื้นฐาน ด้านเทคนิค หรือแม้แต่ความคิดเท่าเทียมกันหมด

"แต่อยู่ที่ฝีมือว่า จะทำอย่างไรให้ความคิดของตัวเอง ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์และปฏิบัติได้จริง สิ่งที่สำคัญความคิดที่จินตนาการขึ้นมานั้น เมื่อนำมาถ่ายทอดให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ต้องทำให้คณะกรรมการยอมรับในสิ่งที่เขาคิดให้ได้ นอกจากนี้ ยังต้องนำพาทุกคนในองค์กรไปสู่เป้าหมายร่วมกันให้ได้"

นอกจากนี้ สถิตย์ ยังบอกว่า บทบาทของกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯคนใหม่ ต้องมีความสามารถในการบริหาร เพื่อนำพาตลาดหลักทรัพย์ไทยให้เป็นผู้นำในตลาดเออีซี และเป็นที่รู้จักของตลาดทุนทั่วโลก โดยต้องมีการเติบโตของมาร์เก็ตแคป โดยจะต้องเติบโตมากกว่าจีดีพี นอกจากนี้บริษัทจดทะเบียนของไทย จะต้องเข้าสู่ตลาดดาวโจนส์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะต้องเป็นบริษัทมีคุณภาพ และเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล

"ผู้จัดการตลาดคนใหม่ ต้องมีความเป็นผู้นำ ที่แสวงหาเส้นทางธุรกิจใหม่ให้กับองค์กร นอกจากนี้สร้างความเข้าใจ และผลักดันให้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงได้ นอกจากนี้ต้องนำตลาดหุ้นไทยให้สามารถซื้อขายเชื่อมโยงกับตลาดทุนทั่วโลกให้ได้ เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณการซื้อขาย และสร้างบริษัทจดทะเบียนของไทยให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก"

ส่วนการทำงานที่ผ่านมา 6 เดือน ของเขา กับการทำงานร่วมกับจรัมพรนั้น สถิตย์ ยอมรับว่า เป็นไปด้วยดี เพราะ จรัมพร เป็นคนดีมีฝีมือ และมีผลงานก้าวหน้า

ชูธงนำตลาดหุ้นไทยก้าวไกล

สอดคล้องกับมุมมองของ มนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า บทบาทที่สำคัญของผู้ที่จะมาเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ จะต้องสามารถชูธงนำตลาดหุ้นให้เติบโตก้าวไกลได้ ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ในประเทศอยู่ในภาวะอึมครึม จากปัญหาทางการเมือง ผู้จัดการตลาดจะมีบทบาทในการทำให้ชาวโลกรู้ว่า ปัญหาในประเทศไม่ใช่เรื่องที่รุนแรง และไม่ได้แปลกไปจากในอดีต 10-20 ปีที่ผ่านมา

"ภารกิจเร่งด่วนของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯคนใหม่ คือ การเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ ให้กลับมาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เป็นเหมือนโฆษกตลาดทุน เชิญชวนให้นักลงทุนมาไทย ไม่ให้มองสถานการณ์ในประเทศรุนแรงเกินความเป็นจริง เพราะถ้ามองเลวร้ายเกินไป ตลาดจะขาดตรรกะในการลงทุน"

นอกจากนี้ผู้จัดการตลาดยังต้องมีการพัฒนาตลาด ทั้งระบบ นักลงทุน และผลิตภัณฑ์เพื่อให้มีสินค้าดีๆ ในการลงทุน พร้อมกับส่งเสริมให้มีธรรมาภิบาลในทุกระดับ ขณะเดียวกันก็ต้องขยันหากิจการที่น่าสนใจ และคัดกรองให้มีสินค้าดีๆ เข้ามาในตลาด ทั้งกิจการในประเทศ และการขยายไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน หรือเออีซี ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพที่จะรองรับการเติบโตในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม

"สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ อยากให้มีการผลักดันทำให้การเชื่อมโยงการซื้อขายหลักทรัพย์ในกลุ่มอาเซียน หรืออาเซียนลิงก์ เกิดขึ้นได้จริง จากปัจจุบันนี้มีการเชื่อมโยงกันแล้ว 3 ตลาด คือไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ แต่ปริมาณการซื้อขายหุ้นผ่านช่องทางนี้ยังน้อย จากปัญหาทางด้านเทคนิค"

นอกจากนี้เขากล่าวว่าผู้จัดการตลาดยังต้องมีการทำงาน ประสานความร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวกลางการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม และมีธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ แม้ปัจจุบันสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ จะมีการดูแลกันอยู่แล้ว แต่บางส่วนก็ต้องทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์

ยอมรับอาเซียนลิงค์ไม่ตื่นตัว

สถิตย์ ยอมรับว่า การเชื่อมโยงระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ในอาเซียน หรือ ASEAN Trading Link ที่ผ่านมาไม่ตื่นตัวเท่าที่ควร โดยเฉพาะปริมาณธุรกรรมยังไม่เกิด และซบเซามาก ซึ่งขณะนี้ได้ให้การบ้านแก่ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ ไปร่วมดำเนินการแก้ไข เพื่อให้เกิดการลงทุน

"ตอนนี้เราต้องหาแรงจูงใจบางอย่างอยู่ เพื่อให้อาเซียน ลิงค์เกิด เพราะจะได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย โดยเฉพาะนักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นระหว่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์ ชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ รวมถึงการกระจายข้อมูลหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ตราสารทุนได้ทุกหลักทรัพย์"

ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ 3 แห่งแรก ที่เริ่มให้ซื้อขายผ่าน ASEAN Trading Link ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยตลาดหลักทรัพย์มาเลเซียและสิงคโปร์ เปิดให้บริการซื้อขายผ่าน ASEAN Trading Link เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2555 ส่วนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อเชื่อมระบบการซื้อขายเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2555