วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดผลศึกษาภาคสหกรณ์ เร่งสมาชิกปรับตัวรับ'เออีซี'

กรมตรวจบัญชีฯ เปิดผลศึกษาภาคสหกรณ์จากการเข้าสู่เออีซี เตือนสมาชิกลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ใส่ใจคุณภาพสินค้า

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า จากการที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาผลกระทบภาคสหกรณ์ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พบว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 จะส่งผลกระทบต่อภาคสหกรณ์ไทยทั้งด้านบวกและด้านลบ สำหรับผลกระทบด้านบวก พบว่าสหกรณ์มีโอกาสได้รับการสนับสนุนทางการเงินการบัญชี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

ขณะที่ภาครัฐจะมีโอกาสได้รับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในภูมิภาคอาเซียน ในการพัฒนาด้านการเงินการบัญชีของสหกรณ์ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและทันต่อการเปลี่ยนแปลง และภาคเอกชนในประเทศ จะมีการบูรณาการงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนภาคสหกรณ์ให้ดำเนินกิจการด้วย

ส่วนผลกระทบด้านลบของสหกรณ์ คือการขาดสภาพคล่องทางการเงินของแต่ละสหกรณ์ และเกิดการขาดแคลนพนักงานการเงินการบัญชี ที่มีความสามารถ สหกรณ์ที่ไม่มีความพร้อมจะไม่สามารถแข่งขันได้

นอกจากนั้น ยังพบว่าสหกรณ์ต้องใช้งบประมาณในการพัฒนาบุคลากร เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง สำหรับภาครัฐจะขาดการกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งยังขาดศักยภาพในการปฏิบัติงานและขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การใช้เงินงบประมาณไม่คุ้มค่า ขาดการสร้างนวัตกรรมที่จะส่งเสริมพัฒนาภาคสหกรณ์ให้ประสบความสำเร็จ และขาดการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการเงินการบัญชีของสหกรณ์ ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

“คณะทำงานฯเสนอว่าเรื่องเร่งด่วนที่ไทยต้องพัฒนาก่อนเข้าสู่ เออีซี คือต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ และข้อบังคับให้สอดคล้องและเอื้อต่อการดำเนินกิจการของสหกรณ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งเจ้าหน้าที่สหกรณ์ และบุคลากรของรัฐให้มีความสามารถ และมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ ในอาเซียน พร้อมพัฒนาระบบการบริหารภาครัฐให้เป็น E-Government มีการให้บริการประชาชนในรูปแบบ E-Service รวมถึงการจัดตั้ง ASEAN Unit และพัฒนาบุคลากรเพื่อประสานงานเรื่องอาเซียนโดยเฉพาะ” นายวิณะโรจน์ กล่าว

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่าแนวทางการปรับตัวของสหกรณ์เพื่อเข้าสู่เออีซีว่า สหกรณ์ภาคการเกษตรต้องให้ความสำคัญสินค้าของเกษตรกรในกลุ่มสินค้าที่มีโอกาส ได้แก่ ปศุสัตว์ โคเนื้อ อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น รวมถึงอาหารแปรรูป และกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพใกล้เคียงกับคู่แข่ง เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กุ้ง เพื่อยกระดับความสามารถของธุรกิจสหกรณ์ สำหรับสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจด้านบริการต้องได้รับการพัฒนารูปแบบธุรกิจให้มีความเหมาะสมเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี สหกรณ์ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ต้องเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และข้อมูลข่าวสาร สามารถเข้าถึงแหล่งปัจจัยการผลิต แหล่งทุน และตลาดเพื่อยกระดับสมรรถนะการแข่งขันให้สามารถขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน ขยายฐานตลาดไปสู่ประเทศนอกภูมิภาคอาเซียนด้วย สหกรณ์ต้องเร่งปฏิรูประบบการเรียนรู้แก่ผู้นำสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าสู่เออีซี

“ สมาชิกสหกรณ์จำเป็นต้องเร่งปรับลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มผลกำไร ต้องเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น พร้อมพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย ส่วนภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาภาคสหกรณ์ไทยให้มีศักยภาพ ”