วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนี้เสีย'สินเชื่อ'บุคคลพุ่งแรง

กรุงศรีคอนซูมเมอร์-เคทีซีรับตัวเลขสูงกว่า 2%ระบุแนวทางแก้ปัญหา เร่งเพิ่ม"ประสิทธิภาพ-เจ้าหน้าที่"ติดตามหนี้

เคทีซี-กรุงศรีคอนซูมเมอร์รับลูกค้าสินเชื่อบุคคลส่งสัญญาณเห็นเอ็นพีแอลเร็วและแรงกว่าบัตรเครดิตผลจากค่าครองชีพพุ่งกระทบความสามารถชำระหนี้ลดลงและบางรายถึงขั้นหยุดจ่าย

สัญญาณเตือนภัยคนรูดบัตร กับกดเงินสดกำลังมาเยือน หากพิษการเมือง เศรษฐกิจ ยังไร้แววสดใส และโอกาสเห็นลูกค้าผิดนัดชำระเริ่มขยับขึ้น ซึ่งจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของเอ็นพีแอลที่จะตามมา ย่อมส่งผลผู้ให้บริการทุกค่าย ต้องติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เมื่อเห็นสัญญาณผิดปกติ โทรทวงถามทันที ขณะเดียวกันอีกขาหนึ่ง ก็เร่งผลักดันคนมีสภาพคล่องดี ให้จับจ่ายผ่านบัตร

นายพรเลิศ เบญจกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริหารติดตามหนี้ บริษัท บัตรกรุงไทย หรือเคทีซี ได้แสดงความคิดเห็นถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อบัตรเครดิต ขณะนี้เห็นสัญญาณอัตราการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นจริงแต่ไม่ได้สูงมาก ประเด็นหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจ และการเมือง ที่ยังไร้วี่แววถึงความมีเสถียรภาพ แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิต ประเมินในเบื้องต้นพบว่าทั้งอุตสาหกรรม ยังมีผลกระทบไม่มากนักเมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคล

ทั้งนี้ ฐานะของเคทีซี สิ้นไตรมาสแรกปีนี้ อัตราการผิดนัดชำระของเคทีซี ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ มีทิศทางการผิดนัดชำระลดลงต่อเนื่อง เพราะเป็นผลจากกลยุทธ์ติดตามทวงถามทันทีที่พบว่าลูกค้าค้างชำระ วิธีนี้ได้เริ่มมานานแล้ว และต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพราะเป็นวิธีที่ได้ผลจริง เพราะสิ้นไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ยอดค้างชำระของสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 2.6% สินเชื่อบัตรเครดิตลดลงมาเหลือต่ำกว่า 2.6% สวนทางกับภาพรวมของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 3%

"นโยบายของเคทีซี เราเน้นความรวดเร็ว เข้าถึงตัวลูกค้าก่อน มีการทวงถามลูกค้าก่อนที่คนอื่นจะมาทวงถาม เพราะลูกค้าเป็นกลุ่มเดียวกัน และการทวงถามของเคทีซี นั้นปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของธปท.ทุกอย่าง"

เคทีซี ในฐานะ1 ในผู้นำตลาด ที่มีฐานลูกค้าสิ้นปีที่ผ่านมารวมกว่า 2.21 ล้านบัญชี แบ่งเป็นลูกค้าบัตรเครดิต 1.57 ล้านบัญชี และลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคลอีก 6.39 แสนบัญชี

นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจบัตรเครดิต เคทีซี กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะทุกวันนี้ก็ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเคทีซี ให้ความสำคัญกับการทวงถามติดตามหนี้อยู่แล้ว ส่วนยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรพบว่าโตต่อเนื่องเดือนก.พ. ยอดใช้จ่ายอยู่ที่ 5% เดือนมี.ค.ไต่ระดับมาอยู่ที่ 7-8% ขณะที่เป้าของเคทีซีทั้งปียอดใช้จ่ายผ่านบัตรต้องเติบโต 10-15%

"ช่วงนี้ลูกค้ายังกังวลถึงผลกระทบทางการเมือง และต่อเนื่องมายังภาวะเศรษฐกิจ ทำให้กำลังซื้อลดลง แต่ประชาชนยังใช้จ่ายอยู่ แต่เน้นในหมวดชีวิตประจำวัน ซึ่ง เคทีซี ยังให้น้ำหนักกับการทำโปรโมชั่นต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีแผนออกโปรโมชั่นใหม่ และไม่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ จนกว่าจะผ่านไตรมาส 2 ไปแล้ว เพื่อรอดูว่าเหตุการณ์ต่างๆ ดีขึ้นหรือไม่"

สอดคล้องกับมุมมองของ นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด หรือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า แนวโน้มเอ็นพีแอลเป็นสิ่งที่น่ากังวล โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีอัตราเร่งของเอ็นพีแอลค่อนข้างเร็วและแรง ซึ่งส่วนนี้มีเอ็นพีแอลกว่า 2%ส่วนบัตรเครดิตมีเอ็นพีแอลเพียง 1%สาเหตุที่ทำให้เอ็นพีแอลสินเชื่อส่วนบุคคลปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ลูกค้ามีความสามารถในการผ่อนชำระได้น้อยลง หรือไม่สามารถผ่อนเลย ทั้งนี้หนี้ค้างชำระ 30 วันขึ้นไปเริ่มชะลอตัวจากเดิมที่มีปัญหา แต่หนี้ที่ค้างชำระตั้งแต่ 90 วันขึ้นไปยังคงเป็นปัญหาอยู่ ดังนั้นปีนี้ บริษัทจึงไม่เร่งขยายฐานลูกค้าในแง่สินเชื่อส่วนบุคคล แต่จะเร่งจัดการกับหนี้เก่า ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิต ก็ยังคงเติบโตต่อเนื่องไปได้

ส่วนแนวทางในการแก้ปัญหานั้น บริษัทได้เร่งดำเนินการปรับตัวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยไตรมาส 4 ที่ผ่านมา บริษัทเร่งเพิ่มเจ้าหน้าที่ติดตามหนี้ ไปแล้ว 50 คน และในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มอีก 150 คน โดยจะเพิ่มให้ได้จำนวนดังกล่าวภายในเดือนพ.ค.เลย เพื่อให้เร็วขึ้น ดังนั้นเดือนพ.ค.นี้จะมีเจ้าหน้าที่ติดตามหนี้เพิ่มเป็น 1,00 คน