วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Industrial Estate - Neutral

กลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นรอการเมืองชัดเจน

รอการกลับมาของกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น

แม้ว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2557 มูลค่าการส่งเสริมการลงทุนรวมจะหดตัวลง 10% YoY โดยผู้ขอส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นหดตัวลงมากที่สุด 30% สาเหตุหลักเกิดจากการเมืองไม่สงบในประเทศ อย่างไรก็ดี จากสถิติการขอรับส่งเสริมการลงทุนรวมในปี 2550 – 2556 เราพบว่าผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีเงินทุนสะสมในประเทศไทยสูงที่สุดกว่า 1.2 ล้านล้านบาท เฉพาะในปี 2553 เม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นกว่า 300% เป็น 3 แสนล้านบาททั้งๆที่มีเหตุการเมืองไทยไม่สงบในปี 2552 เรามองว่าการลงทุนต่อเนื่องมายาวนานจนผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีมูลค่าเงินลงทุนในไทยคิดสัดส่วนเป็น 48% จากเงินทุนต่างชาติทั้งหมด ทำให้มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ญี่ปุ่นจะย้ายฐานการผลิตออกจากไทย และหากการเมืองคลี่คลายแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่นกลับมาลงทุนเพิ่มขึ้น

รอการแต่งตั้ง BOI ชุดใหม่

จากมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบตามข้อหารือของคณะกรรมการกฤษฎีกามติให้แต่งตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ชุดใหม่ได้ ซึ่งทำให้โครงการที่อยู่ระหว่างการอนุมัติเพื่อขอรับการส่งเสริมกว่า 400 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6.6 แสนล้านบาท จะเริ่มได้รับการอนุมัติในระยะถัดไป อย่างไรก็ตามเราคาดว่าประเด็นเชิงบวกที่แน่ชัด จะเกิดขึ้นหลักมีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการใหม่ของ BOI และได้รับการอนุมัติจากรักษาการนายกรัฐมนตรี

Eco-car 2 โอกาสใหม่น่าจับตา

ในปีนี้ เรามองว่าผู้ประกอบการญี่ปุ่นยังมีโครงการขยายการลงทุนเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ที่มีผู้ประกอบการสนใจยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการรถเล็กประหยัดพลังงาน หรือ Eco-car Phase 2 จำนวน 10 ราย ส่วนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการเดิมที่ลงทุนใน Phase 1 ได้แก่ นิสสัน ฮอนด้า มิตซูบิชิ ซูซูกิ โตโยต้า และมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้าขอรับการส่งเสริมเพิ่ม ได้แก่ จีเอ็ม ฟอร์ด มาสด้า เอ็มจี โฟล์คสวาเก็น โดยมูลค่าการลงทุนของ Eco-car Phase 2 ราว 1.4 แสนล้านบาท จะมีกำลังการผลิตของรถยนต์ที่เกิดขึ้นราว 1.58 ล้านคัน เป็นปัจจัยบวกที่ดีต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในอนาคตทั้งในส่วนของกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการพื้นที่รองรับการสร้างกำลังการผลิตรวมถึงกลุ่มลูกค้าเก่าที่ขยายกำลังการผลิตส่วนเพิ่ม

ซื้อ AMATA HEMRAJ

เราคาดว่าบรรยากาศการลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศต้องการเห็นเสถียรภาพทางการเมือง ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ต้องการลงทุนระยะยาวอาจจะยังมีความลังเลใจ ทำให้กรอบเวลาการตัดสินใจลงทุนมีระยะเวลาเพิ่มจากเดิม อย่างไรก็ดีจากแผนการลงทุนระยะยาวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ที่เริ่มลงทุนในมูลค่าที่สูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าการถอนตัวการลงทุนและย้ายฐานการผลิตไปจากไทยค่อยข้างทำได้ลำบาก โดยเราคาดว่าหลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย จะมีเม็ดเงินลงทุนที่ทยอยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม นิคมอุตสาหกรรมในระยะยาว สำหรับหุ้น Top Pick เราแนะนำ ซื้อ AMATA และเก็งกำไร HEMRAJ