กรุงศรีออโต้ปรับยุทธศาสตร์ใหม่ เน้นคุมคุณภาพลูกหนี้ทุกเดือน ไม่ให้เอ็นพีแอลเกิน 2% หลังเศรษฐกิจ การเมืองพ่นพิษอย่างแรง
จากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่มียังไม่นิ่งขณะนี้ นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ กรุงศรีออโต้ ยอมรับว่า ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การทำงานครั้งใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยปรับนโยบายการทำงานใหม่ หันมาเน้นการบริหารคุณภาพลูกหนี้ การระมัดระวังการให้สินเชื่อ เพื่อควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ในปีนี้ไม่ให้เกิน 2% จากสิ้นปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.5% และให้ติดตามพฤติกรรมลูกหนี้ทุกเดือน
ส่วนเป้าหมายยอดสินเชื่อคงค้างสิ้นปีนี้ ได้ตั้งเป้าเอาไว้แค่ 247,000 ล้านบาท หรือเติบโตแค่ 10% ขณะที่สิ้นปีที่ผ่านมายอดสินเชื่อคงค้างเติบโตถึง 13% และสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทอาจต้องทบทวนเป้าหมายการให้สินเชื่อใหม่ เพราะต้องรอดูทิศทางการเมือง เศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในเรื่องการปล่อยสินเชื่อ
"ขณะนี้เราต้องดูแลลูกหนี้สินเชื่อทุกเดือน ทุกกลุ่ม และทุกสินเชื่อ ขณะนี้ก็ยังไม่เห็นภาพว่าผลิตภัณฑ์สินเชื่อไหนมีความเด่นชัด เพราะต้องระมัดระวังการให้สินเชื่อเป็นพิเศษในระยะนี้ และควบคุมไม่ให้มีเอ็นพีแอลเพิ่ม"
ภาวะโดยรวมที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ทำให้ประเมินได้ว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 9 แสนคัน ถึง 1 ล้านคันเท่านั้น จากก่อนหน้านี้ที่ได้มีการประเมินกันเอาไว้ว่าจะมียอดขายรถยนต์ใหม่อยู่ที่ 1 ล้านคัน ถึง 1.3 ล้านคัน และจากยอดขายรถยนต์ใหม่ใน 2 เดือนแรกที่ติดลบถึง 40% ก็แสดงให้เห็นถึงหลายปัจจัย ในภาคของสถาบันการเงินที่มีหน้าที่ให้สินเชื่อ จึงจำเป็นต้องปรับกระบวนการทำงาน เพราะยังไม่เห็นสัญญาณที่เด่นชัดว่าเศรษฐกิจ และการเมืองจะนิ่งเมื่อไหร่ แต่เมื่อดูตัวเลขยอดจองรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์กว่า 4 หมื่นคัน ทำให้เห็นภาพที่ดีขึ้นมาระดับหนึ่งว่า รถใหม่ยังพอไปได้ในระดับหนึ่งอย่างน้อยทั้งปีก็คงไม่ต่ำกว่า 7-8 แสนคันอยู่แล้ว
สำหรับยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่าน ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ยอดลูกค้าในกรุงเทพจะลดลง แต่ลูกค้าในต่างจังหวัดกลับเพิ่มขึ้นมาแทนที่โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70% และกรุงเทพ 30% จากเป้าที่ตั้งไว้ในต่างจังหวัด 65% และกรุงเทพ 35%
บริษัทยังคงเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยการจัดกลุ่มลูกค้าและศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าเชิงลึกเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโปรแกรมทางการตลาด ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาการบริการลูกค้าในทุกจุดบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วและสร้างความประทับใจแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยเน้นนวัตกรรมบริการผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การพัฒนาการบริการก่อนและหลังการขายผ่านโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ค รวมไปถึงการพัฒนาบริการอื่นๆ ที่จะทยอยออกมาบริการให้กับลูกค้าในปีนี้









