แบงก์พาณิชย์เพิ่มความระวังธุรกิจในจีน หลังปัญหาชาโดว์แบงก์สร้างความเสี่ยงให้เศรษฐกิจจีน เชื่อรัฐบาลจีนจัดการได้
นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีน จะไม่เติบโตเร็วเหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่อยู่ระหว่างปรับฐานเศรษฐกิจ ซึ่งผู้นำประเทศมีความจริงจังอย่างมากในการแก้ไขปัญหา และไม่ต้องการให้เกิดปัญหาในระยะยาว แม้ว่าจะความสามารถของรัฐบาลจีนจะสามารถปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้ แต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ส่วนปัญหาทรัสต์หรือธนาคารเงาที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ทางการจีนมีมาตรการที่จะปล่อยให้ตลาดแก้ปัญหาและรับผิดชอบการลงทุนเองโดยที่ทางการจะไม่เข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดความแข็งแรงในระบบ
อย่างไรก็ตามยังเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนน่าจะขยายตัวได้ 7.5%ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยเฉพาะเมื่อตลาดในสหรัฐและยุโรปที่ฟื้นตัวจะเป็นประโยชน์กับการส่งออกไปยังฝั่งตะวันตกได้
นายไชยฤทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจในประเทศจีนของธนาคารกรุงเทพ ยังอยู่ในระดับที่ดี มีการเติบโตที่มีคุณภาพ โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิดให้บริการสาขาแห่งใหม่ลำดับที่ 5 ‘สาขาฉงชิ่ง’ ณ มหานครฉงชิ่ง (Chongqing) เพื่อขยายพื้นที่การให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของธนาคารทางฝั่งตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น และเมื่อรวมกับสาขาอื่นๆ ของธนาคารที่ล้วนอยู่ในเขตเศรษฐกิจสำคัญของจีน จะเป็นผลให้ธนาคารสามารถขยายโอกาสการให้บริการแก่ลูกค้าและนักลงทุนได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะเน้นลูกค้าเดิมที่มีความต้องการสินเชื่อ มีฐานการผลิตอยู่ในฉงชิ่ง เนื่องจากนโยบายของธนาคารจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปและระมัดระวังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตในปีนี้จะใกล้เคียงกับการขยายตัวของธุรกิจในประเทศที่ตั้งเป้าหมายไว้ 5-6% ขณะเดียวกันลูกค้าธนาคารเป็นลูกค้าขนาดใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความแข็งแรงอยู่แล้ว
“ตั้งแต่ที่เรารู้ว่าประเทศจีนจะลดความร้อนแรงจากปีที่ผ่านมา ธนาคารก็มีการเพิ่มความระมัดระวัง เช่นการให้วงเงินสินเชื่อจะพิจารณาตามความจำเป็น และความมั่นคงของธุรกิจ หากดูแล้วไม่มั่นใจก็จะไม่ให้” นายไชยฤทธิ์กล่าว
ทางด้านนางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจจีนอยู่ในระหว่างการปรับตัวปรับฐาน และไม่ทำให้เศรษฐกิจของจีนร้อนแรงจนเกินไป โดยมองว่าเศรษฐกิจจีนยังขยายตัวได้อยู่ในระดับที่ 7% ถือว่าเป็นระดับที่น่าพอใจ และไม่น่าเป็นกังวล แม้ว่าสถานการณ์ของธนาคารเงาหรือ Shadow Bank จะยังเป็นปัญหาและเริ่มเห็นลูกค้าถอนเงินฝากของธนาคารพาณิชย์บางแห่งของจีนในช่วงที่ผ่านมา เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการออกมาถอนเงินฝากบ้าง แต่ถือว่าไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร มองว่าเป็นช่วงการปรับตัวของจีน และมองเศรษฐกิจจีนจะเป็นฐานที่สำคัญของไทยและในเศรษฐกิจโลก
" เศรษฐกิจจีนถือว่ามีเสถียรภาพ มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ จึงไม่น่าห่วงอะไร เศรษฐกิจจีนโต 7% กว่า ก็ถือว่าดี ไม่โอเวอร์ฮีท และได้ชะลอตัวลง มองว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ " นางกรรณิกากล่าว
นางกิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนในขณะนี้เชื่อว่ารัฐบาลจีนรับทราบปัญหาและสามารถจัดการได้ ในส่วนของธนาคารกรุงไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศจีนที่สาขาคุนหมิง ไม่ได้กังวลกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมากนัก และไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการขยายตัวของธุรกิจในสาขาคุนหมิง เนื่องจากธุรกรรมส่วนใหญ่ ไม่ได้รับความเสี่ยงมากนัก โดยมีการปล่อยสินเชื่อไม่มากนัก เน้นปล่อยให้กับลูกค้าที่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจไทย-ยูนนานหรือจีนตอนใต้เป็นหลัก รวมถึงธุรกรรมด้านการค้าระหว่างประเทศ หรือการปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) เท่านั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนมากนัก
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ธนาคารต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกิจมากขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและปัญหาธนาคารเงา โดยในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตของสาขาคุนหมิงประมาณ 4-5% ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสมและไม่สูงเกินไป








