'โมเบียส' เชื่อมั่นลงทุนไทย มองการเมืองกระทบ 'เฉพาะจุด' ชี้จะไม่กระทบต่อกลไกของตลาดโดยรวม
มาร์ค โมเบียส ผู้จัดการกองทุนแฟรงคลิน เทมเพิลตัน ผู้บุกเบิกการลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่โด่งดังไปทั่วโลกและดูแลบริหารสินทรัพย์ประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีวี "NOW 26" จากสำนักงานภูมิภาคเอเชียในฮ่องกง โดยมองว่าประเทศไทยยังน่าลงทุน
โมเบียส มองว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อไป แม้ Japan Credit Rating Agency จะปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยมาเป็นลบ และความวุ่นวายทางการเมืองยังไม่ยุติลงก็ตาม
โมเบียส เชื่อว่า การเมืองเป็นปัญหาระยะสั้นและไม่กระทบมากกับเศรษฐกิจโดยรวม เงินบาทอ่อนค่าและราคาหุ้นที่ค่อนข้างถูกจะเป็นตัวหนุน รวมทั้งหนุนคนไทยกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ มองตลาดเกิดใหม่ยังไปได้สวยเพราะโตสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว เขาไม่วิตก หากสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เชื่อไม่ส่งผลให้เงินทุนไหลออก
ต่อไปนี้เป็นการให้สัมภาษณ์ "คำต่อคำ" ของ มาร์ค โมเบียส ว่า เหตุใดจึงยังปักหลักลงทุนในไทยมาอย่างยาวนาน
ถาม : มองตลาดหุ้นและเศรษฐกิจไทย อย่างไร?
เราเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวแล้วในขณะนี้ เป็นไปได้ว่า ตลาดหุ้นยังจะปรับตัวขึ้นต่อไป ปัญหาการเมืองเกิดขึ้นเฉพาะจุด และจะไม่กระทบต่อกลไกของตลาดโดยรวม วิวาทะทางการเมืองคงจะดำเนินต่อไป ในขณะเดียวกัน กิจกรรมทางธุรกิจก็จะดำเนินต่อไปเช่นกัน บัดนี้ ค่าเงินจากอ่อนค่าลงจากระดับที่น้อยกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์ในปี 2556 มาอยู่ในระดับ 32 ต่อดอลลาร์ในขณะนี้ แน่นอนว่า การอ่อนค่าของเงินบาทจะหนุนภาคส่งออกและจะนำไปสู่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ดีขึ้นจากปัจจัยค่าเงินและราคาหุ้นที่ลดลงก่อนหน้านี้ ผมจึงคิดว่า ตลาดหุ้นยังจะมีโอกาสปรับขึ้นต่อไป ซึ่งอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างในระหว่างทาง แต่ก็จะเป็นปัญหาเพียงชั่วคราวไม่ใช่ปัญหาถาวร
ถาม : มีนักวิเคราะห์แนะคนไทยให้ไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ คุณมองอย่างไร?
กรณีนักลงทุนไทยก็เหมือนนักลงทุนในที่อื่นๆ ของโลก ต้องกระจายความเสี่ยงการลงทุนด้วยการไปลงทุนในต่างประเทศ เพราะไม่ควรจะลงทุนภายในประเทศของตนเองเท่านั้น ผมมองว่า เป็นเรื่องธรรมดา ที่นักลงทุนต้องการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกอะไร
ถาม : คุณมองตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เช่น จีน ที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและวิเคราะห์ตลาดแอฟริกา อย่างไร
แอฟริกา ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การลงทุนของเราที่นั่นได้รับผลตอบแทนที่ดี ผมยังเชื่อว่า ตลาดจะขยายตัวในระดับสูงต่อไป ผมคิดว่าเรายังจะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในแอฟริกา ในส่วนของประเทศจีนนั้น จีนกำลังเข้าสู่ระยะการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว ในระยะสั้น อาจจะมีข่าวมากมายเกี่ยวกับการล้มละลายของธุรกิจ และอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วงแต่อย่างไร การปฏิรูปจะส่งผลดีต่อธุรกิจ เนื่องจากสภาพความเป็นจริงของตลาดจะทำให้ธุรกิจเข้มแข็งมากขึ้น จึงไม่ควรห่วงเรื่องนี้มากนัก
ถาม : หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย จะทำให้เงินไหลออกจากไทย และตลาดเกิดใหม่อื่นๆ หรือไม่?
ในระยะยาวแล้ว ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่จะไม่ส่งผลลบต่อตลาดเกิดใหม่ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ ในอนาคตอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น และดอกเบี้ยก็จะปรับขึ้นตาม ผมคิดว่าเราไม่ต้องวิตกกังวลกับเรื่องนี้ เงินไหลออกอย่างมาก คงจะไม่เกิดขึ้น ประเทศตลาดเกิดใหม่เป็นแหล่งที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่า ในที่สุดแล้ว นักลงทุนจะกลับมา เมื่อพวกเขาตระหนักว่า การเติบโตอยู่ที่นี่ ผมไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ จริงๆ แล้ว การขึ้นดอกเบี้ยยิ่งจะทำให้มีการลงทุนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะว่านักลงทุนต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่สูง
ถาม : เหตุผลสำคัญที่คุณยังชอบการลงทุนตลาดหุ้นเมืองไทย?
เมืองไทยน่าลงทุน เพราะว่าสปิริตอันแรงกล้าของนักธุรกิจไทย คนงานไทยมีวินัย ทำงานขยันขันแข็ง สิ่งเหล่านี้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้น ถ้าประเทศไทยยังคงดำรงเสน่ห์ของความน่าลงทุนไว้ได้ต่อไป คนก็จะมาลงทุนในไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก แต่ที่สำคัญคือคุณภาพเยี่ยมของแรงงานไทยและบรรยากาศทั่วๆ ไปที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ
ถาม : ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่น่าลงทุนที่สุด ใช่หรือไม่
ผมอยากรวมเอา เวียดนาม ประเทศไทย และ อินโดนีเซีย เป็นตลาดที่ดีที่สุดกลุ่มหนึ่งสำหรับการลงทุน แต่ก็ต้องไม่ลืม จีนและอินเดีย เพราะว่าสองประเทศนี้สำคัญมาก สำหรับการลงทุนในพม่านั้น คงต้องเป็นการลงทุนโดยตรง แต่ผมเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น หรือวิธีหนึ่งก็คือลงทุนในตลาดหุ้นกับบริษัทที่มีธุรกิจในพม่า แต่ผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกนาน จนกว่าจะสามารถเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์หุ้นของพม่าได้
ถาม : มองผลกระทบของวิกฤติยูเครนต่อตลาดเกิดใหม่ อย่างไร ?
ระยะสั้น จะมีความไม่แน่นอนในยุโรป แต่ถ้าดูผลต่อตลาดแล้ว จะเห็นว่าตลาดไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แม้แต่ตลาดรัสเซียเองก็ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง เมื่อเวลาปิดตลาดในแต่ละวัน ราคาหุ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ราคาหุ้นของรัสเซียไม่ได้ลดลงมาก แม้ว่าแนวโน้มราคาหุ้นรัสเซียจะลดลง แต่เราก็ได้เห็นการฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง ผมจึงไม่คิดว่าจะมีผลกระทบร้ายแรง เพราะยังเชื่อว่า ในที่สุดแล้วรัสเซียและยุโรป จะสามารถตกลงกันได้ว่า จะจัดการกับปัญหาวิกฤติยูเครนนี้อย่างไร









