ไทยออยล์เดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปี 34,000 ล้านบาท
นายวีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP กล่าวว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติวงเงินในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศวงเงินรวมไม่เกิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อรวมกับวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้อีก 680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็น 1,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นวงเงินที่เตรียมไว้ใช้ในการลงทุนโครงการต่าง ๆ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะออกหุ้นกู้เมื่อไร รอจังหวะที่เหมาะสมก่อน ในขณะที่บริษัทได้ชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนดชำระในปีนี้ไปแล้ว 12,000 ล้านบาท
สำหรับเงินลงทุน 5 ปีนี้ จะใช้เงินลงทุน 34,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโครงการต่อเนื่อง โดยปีนี้จะดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 3 (CDU-3) ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานของหน่วยกลั่นน้ำมัน โดยติดตั้งอุปกรณ์ แลกเปลี่ยนความร้อนเพิ่มเติม ทำให้สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้ถึงร้อยละ 15 หรือคิดเป็น 596 ล้านบาทต่อปี จะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 นี้ หลังจากมีการปิดซ่อมบำรุงหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 3 ในเดือนมิถุนายนนี้เป็นเวลา 55 วัน ทำให้กำลังการกลั่นหายไป 165,000 บาร์เรลต่อวัน
ส่วนโครงการปรับปรุงหน่วยกลั่นสุญญากาศที่ 2 (HVU-2) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่นแยก ทำให้ลดปริมาณน้ำมันเตาจากร้อยละ 9 เหลือร้อยละ 7 แต่เพิ่มปริมาณน้ำมันดีเซลที่มีมูลค่าสูงกว่าได้อีกด้วย คิดเป็นมูลค่า 530 ล้านบาท
สำหรับทิศทางราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 102 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากปีก่อนที่เฉลี่ย 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนธุรกิจอะโร เมติกส์ปีนี้ราคาพาราไซลีนคาดว่าจะอ่อนตัวลงจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามามาก โดยล่าสุดส่วนต่างราคาพาราไซลีนกับวัตถุดิบ (สเปรด) อยู่ที่กว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยปีที่แล้วอยู่ที่ 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่วนสเปรด สารเบนซีนราคาปรับตัวดีขึ้นล่าสุดอยู่ที่กว่า 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน โดยบริษัทคงต้องจับตาทิศทางเศรษฐกิจจีน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดราคาพาราไซลีนว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง









