ขาย Montara ยังไม่ชัดเจน แต่เป็นปกติของธุรกิจ E&P
ประเด็นข่าว
- PTTEP อยู่ระหว่างการพิจารณารายเลียอดเกี่ยวกับการขายเงินลงทุนในโครงการ Montara ทั้งกรณีบางส่วนและทั้งหมด
ผลกระทบและความเห็น
- เป็นปกติของธุรกิจ E&P การขายเงินลงทุนบางส่วนในโครงการมอนทาราที่สามารถพัฒนามาสู่ขั้นตอนของการผลิตปิโตรเลียม เราไม่รู้สึกแปลกใจกับประเด็นดังกล่าว ในทางตรงกันข้ามเรากลับมองเป็นเชิงบวก เนื่องจากเป็นการสร้างสภาพคล่องของ PTTEP เพิ่ม รองรับการขยายการลงทุนในอนาคต การขายเงินลงทุนในโครงการดังกล่าว จะทำให้บริษัทสามารถนำเงินสดที่ได้ ไปใช้ในการลงทุนโครงการใหม่ที่มีศักยภาพ ตามเป้าหมายยอดขาย 6 แสนบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2563 (เป้าหมายยอดขายในปี 2557 อยู่ที่ 3.3 แสนบาร์เรล) รวมทั้งลดโอกาสต่อการเพิ่มทุนในอนาคตจากแผนขยายกำลังการผลิตของบริษัท
- กระทบประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ไม่มาก เราประเมินว่าหากบริษัทขายเงินลงทุนในโครงการดังกล่าวจะกระทบประมาณการกำไรสุทธิไม่มาก เนื่องจาก (1) ยอดขายปิโตรเลียมจากโครงการมอนทาราคิดเป็น 8% ของยอดขายในปี 2557 และ (2) การรับรู้กำไรจากโครงการมอนทาราคิดเป็น 1.7% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 เนื่องจากปัจจุบันโครงการมอนทารามีต้นทุนการผลิตสูง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนเพิ่ม หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้แท่นขุดเจาะในปี 2552 อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอความชัดเจนจากทาง PTTEP อีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นข่าวดังกล่าวอีกครั้ง
คำแนะนำและเหตุผล
- คงมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 194 บาท เรายังรอความชัดเจนจาก PTTEP อีกครั้ง แต่เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อประเด็นดังกล่าวซึ่งรวมไปถึงความเสี่ยงที่ลดลงจากการเพิ่มทุนในอนาคต เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการขยายการลงทุน เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและยอดขายในอนาคต แม้ปัจจุบันบริษัทจะมีเงินสดในมือกว่า 2.4 พันล้านเหรียญ และ Net Interest baring debt 0.34 เท่า หากบริษัทตัดสินใจขายเงินลงทุนในโครงการดังกล่าว นอกจากจะทำให้บริษัทมีเงินสดในมือเพิ่ม ยังทำให้ Net Interest baring debt มีโอกาสลดลงต่ำสุดถึง 0.1 เท่า หากบริษัทขายโครงการมอนทารา 100% และได้ตามมูลค่าทางบัญชี ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ไว้เช่นเดิม
เรายังไม่รวมความเสี่ยงที่จะเกิดจากขายโครงการดังกล่าวต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดย ณ สิ้นปี 2557 บริษัทรายงานมูลค่าทางบัญชีของโครงการดังกล่าวไว้ที่ 2.7 พันล้านเหรียญ
หมายเหตุ – โครงการ มอนทารา เป็นโครการที่ PTTEP Australasia (PTTEP AA) บริษัทลูกของ PTTEP เข้าซื้อมาจาก Congee Resource ในปี 2551 และมีโครงการ Jabiru และ Challis ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน รวมทั้งยังมีโครงการ Cash Maple ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งปิโตรเลียมรวมอยู่ ด้วยเงินลงทุน 248 ล้านดอลลาร์ ต่อมาโครงการจำเป็นต้องหยุดผลิตในปี 2552 เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้และน้ำมันรั่ว ทำให้บริษัทสูญเงินไปกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ในการวางระบบ Infrastructure ใหม่รวมไปถึงแท่นขุดเจาะที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ ยังไม่รวมเงินลงทุนในการพัฒนาแหล่ง Cash Maple อีก 150 – 200 ล้านดอลลาร์









