วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอพีโอไตรมาส1ต่ำจอง

หุ้นไอพีโอไตรมาสแรกเริ่มต่ำจอง พบเอไอเอนเนอร์จีราคาร่วงมากที่สุด 14.9% ด้านเจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้เตรียมยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 1.2 พันล้านหุ้น

สำรวจราคาหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายในไตรมาส 1/2557 ที่ผ่านมา จำนวน 4 บริษัท พบว่า บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี (AIE) ราคาลดลงต่ำกว่าราคาไอพีโอ โดย ณ วันที่ 31 มี.ค. ราคาปิดการซื้อขายที่ 4.04 บาท ลดลง 14.94% จากราคาไอพีโอที่ 4.75 บาท รวมทั้ง บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) ที่ราคาปิดการซื้อขาย ณ วันที่ 31 มี.ค. อยู่ที่ 8.20 บาท เทียบกับราคาหุ้นไอพีโอที่ 8.60 บาท หรือลดลง 4.65%

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ราคาหุ้นบริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้งยังต่ำกว่าราคาหุ้นไอพีโอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายเงินปันผล โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลงวด 1 ม.ค.-20 ก.พ.ที่ผ่านมา ในอัตรา 0.15 บาทต่อหุ้น และจะจ่ายในวันที่ 3 เม.ย.นี้

บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ รายได้หลักมาจากเงินปันผลรับที่ได้จากการลงทุนถือหุ้นในอื่น ปัจจุบันลงทุนถือหุ้นใน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท พี.ซี.เอส.พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด (PCW) บริษัท พี.ซี.เอส.ได คาสติ้ง จำกัด (PCD) และบริษัท พี.ซี.เอส.ฟอร์จจิ้ง จำกัด (PCF)

บล.ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า ราคาปัจจุบันของบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี (AIE) มีความน่าสนใจในการเข้าลงทุน เพราะผลการดำเนินงานมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในอนาคต และยังมีอัพไซด์จากคลังน้ำมันชุมพรที่นักลงทุนยังไม่เห็นในมูลค่าที่แท้จริง ซึ่งมองว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้อีก 1.3 บาทต่อหุ้นในอนาคต โดยคาดปีนี้ และ ปี 2558 บริษัทน่าจะจ่ายเงินปันผลได้ 0.16 บาทต่อหุ้น และ 0.20 บาทต่อหุ้น

ด้านนายทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทคาดจะเสนอขายหุ้นไอพีโอและเข้าซื้อขายครึ่งปีหลัง ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมยื่นไฟลิ่ง เบื้องต้นบริษัทจะเสนอขายหุ้นไอพีโอ 1.2 พันล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท

บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ มีทุนจดทะเบียน 2.1 พันล้านบาท โดยทุนที่ออกขายและชำระแล้ว 1.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 3 พันล้านหุ้น เงินที่ได้จากการระดมทุน ใช้พัฒนาโครงการและซื้อที่ดิน ทั้งนี้บริษัทมีการลงทุนในบริษัทย่อย 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไชน่า เซ็นเตอร์ (สาทร-กัลปพฤกษ์) จำกัด บริษัท เจ.เอส.พี. โกลเด้นท์แลนด์ จำกัด บริษัท สำเพ็ง 2 พลาซ่า จำกัด และบริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเมนท์ จำกัด

ปัจจุบันบริษัทมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 3 โครงการ รวมมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการสำเพ็ง 2 บนถนนสาทร-กัลปพฤกษ์ มูลค่าโครงการ 7,500 ล้านบาท, โครงการ เดอะไมอามี่ มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท และทิวลิป สแควร์ มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท

ปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย 3,500 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ 3 โครงการหลักที่ดำเนินการอยู่ ส่วนปี 2558 คาดจะมียอดขาย 5,500 ล้านบาท และ ปี 2559 จะมียอดขาย 5,500 ล้านบาท

นายนิมิต วงศ์จริยกุล กรรมการบริหาร บล.โนมูระ พัฒนสิน ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เจ.เอส.พี.พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า เตรียมยื่นไฟลิ่งต่อก.ล.ต. ไตรมาส 2 ปีนี้

ขณะเดียวกัน บล.โนมูระ พัฒนสินมีดีลไอพีโออีก 3 ดีล ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมยื่นไฟลิ่งต่อก.ล.ต. 1 ดีล คือ บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ส่วนอีก 2 บริษัท เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจแปรรูปโลหะมีค่า และบริษัทที่ทำระบบ GPS อยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องกฎเกณฑ์การรับรู้รายได้ เพราะมีรายได้เป็นเงินดอลลาร์ คาดยื่นข้อมูลไฟลิ่งปีนี้

ด้านนายกอบเกียรติ บุญธีรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เออีซี กล่าวว่า บริษัทมีดีลไอพีโออยู่ในมือราว 2 ดีล เป็นบริษัทพลังงานทดแทน 1 ดีล ซึ่งคาดจะยื่นไฟลิ่งต่อนก.ล.ต. ช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้และคาดจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ปลายปีนี้