ถือเงินสด 60% ของพอร์ต อิง Risk ลงได้ถึง 1300 จุด แต่ Upside มีเพียง 1400 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ พักตัวในกรอบ 1363-1381 จุด แรงซื้อต่างชาติอาจเบาบางลงหลังหมด window dressing ขณะวอลุ่มการซื้อขายเบาบาง ปัจจัยภายนอกยังกังวลการชะลอตัวเศรษฐกิจจีน
คาดดัชนีฯ วันนี้ พักตัวในกรอบ 1362-1381 จุด คาดแรงซื้อต่างชาติจะเริ่มชะลอลงหลังหมด window dressing แต่ยังมีลุ้นเรื่องการออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของ จีน และ ECB ประกอบกับประธานเฟดระบุเฟดจะยังหนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อ ด้านการเมืองในประเทศ คาดเดือนนี้มีความเสี่ยงของเหตุรุนแรงอาจเพิ่มขึ้น หลังคาดจะรู้ผลตัดสินของปปช ต่อนายกฯกรณีรับจำนำข้าวในเดือนเมษายน ด้านเศรษฐกิจธปท. คาดไตรมาสแรกเสี่ยงจีดีพีติดลบจากไตรมาสก่อนเราคงคำแนะนำ ทยอยขายทำกำไร (ถือเงินสด 60%ของพอร์ต) และชะลอการเก็งกำไรหากหลุดแนวรับ 1345 จุด
ปัจจัยในประเทศ แรงซื้อของต่างชาติที่คาดว่าวันนี้จะเบาบางลงหลังหมดประเด็น window dressing ขณะที่การเมืองคาดทวีความร้อนแรงขึ้นในเดือนนี้แต่จะนำไปสู้การสิ้นสภาพรัฐบาลรักษาการหรือไม่ขึ้นอยู่กับการตัดสินขององค์กรอิสระเป็นหลัก (ดูรายละเอียดในหัวข้อประเด็นจับตา) แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเริ่มรุนแรงกว่าคาด ล่าสุดธปท. เผยจีดีพีไตรมาส 1/57 อาจหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/56 หลังวานนี้เผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. หดตัวจากเดือน ม.ค. ทั้งในส่วนของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การท่องเที่ยวและการผลิตภาคอุตสาหกรรม
ปัจจัยต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงประธานเฟดที่ระบุนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมีแนวโน้มที่จะดำเนินไปอีกระยะหนึ่ง ขณะที่ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐยังชะลอตัวอย่างมากลดความกังวลนักลงทุนที่ก่อนหน้านี้เฟดส่งสัญญานปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ด้านอีซีบีมีโอกาสออกมาตรการเพิ่มเติมเช่นกันหลังเงินเฟ้อยูโรโซนลดต่ำสุดรอบกว่า 4 ปี ที่ 0.5% ในเดือนมี.ค.
กลยุทธ์ลงทุน : คงคำแนะนำ ถือเงินสด 60% ของพอร์ต อิง Risk ลงได้ถึง 1300 จุด แต่ Upside มีเพียง 1400 จุด และ Downward Revision จะเป็นปัจจัยถ่วงตลาดในเดือน เม.ย. – พ.ค. เน้นเลือกลงทุนหุ้นปันผลสูง กระแสเงินสดดี ส่วนการเล่นเก็งกำไร ยังเน้นรายตัวและกำหนดจุดตัดขายทุนที่ 3% หรือต่ำกว่า 1345 จุดลงมา









