วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บลจ.ซีไอเอ็มบี'แนะสะสมหุ้น

"บลจ.ซีไอเอ็มบี" แนะสะสมหุ้น มองตลาดพ้นจุดต่ำสุดปรับฐาน

บลจ.ซีไอเอ็มบีชี้การเมืองไทยเริ่มเห็นทางออกเป็นสัญญาณดี ส่วนตลาดหุ้นพ้นจุดต่ำสุดแต่ยังมีความเสี่ยงระยะสั้น แนะเริ่มทยอยเข้าสะสมหุ้นได้ แย้มสนออก “กองหุ้นสหรัฐ” แต่ต้องรอตลาดปรับฐานก่อน แนะแบ่งเงิน 20% กระจายลงหุ้นเกาหลีนายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยแม้จะรับรู้ปัจจัยการเมืองไปในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ในระยะสั้นก็ยังมีความเสี่ยงอยู่จากเหตุการณ์ที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่อย่างน้อยในปัจจุบันปัญหาการเมืองไทยเริ่มมองเห็นทางออก อยู่ที่ว่าจะเป็นทางออกในรูปแบบใดเท่านั้นเอง

ทั้งนี้ถ้าไม่มีการนองเลือดหรือกรณีเลวร้ายจริงๆ เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยเองได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเช่นเดียวกับเศรษฐกิจไทยก็น่าจะโตได้ในระดับ 2.5% แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นมา ตรงนั้นก็จะทำให้ภาพเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยเสี่ยงได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่มีการนองเลือดเกิดขึ้น และในกรณีที่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วสุดน่าจะเป็นในเดือนก.ค.ปีนี้ ดังนั้นมีโอกาสที่จะเห็นปัญหาการเมืองได้ข้อสรุปภายในครึ่งปีแรกนี้เช่นกัน ซึ่งถือเป็นพัฒนาการในเชิงบวก เพราะก่อนหน้านี้ 3 เดือน ปัญหาการเมืองไทยยังมองไม่เห็นทางออกของปัญหาแต่ประการใด แต่ปัจจุบันพอมองเห็นภาพแล้ว

“มองในกรณีไม่มีการนองเลือดแล้วก็เป็นจังหวะที่จะทยอยเข้าสะสมหุ้นไทยได้แล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่ต้องทุ่มหมดทั้งพอร์ตเข้ามา แต่เป็นลักษณะค่อยๆ ลงทุนไป หากมองจากระดับดัชนีปัจจุบันโอกาสในขาขึ้นก็ยังมีเกือบ 10%”

นายเจษฎา กล่าวว่า นอกจากตลาดหุ้นไทยตลาดหุ้นเกาหลีใต้เองก็น่าสนใจ เพราะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีทั้งเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน ในขณะที่มูลค่าหุ้นยังถูกมีสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ประมาณ 9 เท่า

อีกตลาดที่บริษัทสนใจ แต่รอจังหวะเพื่อเข้าลงทุน คือ หุ้นสหรัฐซึ่งปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมา 5 ปี แล้ว ปัจจุบันมี P/E1 ประมาณ 15 เท่า กำไรยังเติบโตประมาณ 10% ซึ่งคงต้องรอให้ตลาดปรับตัวลงมาก่อนจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจจึงจะออกกองทุนเพื่อเข้าไปลงทุนในหุ้นสหรัฐต่อไป

สำหรับนักลงทุนไทยเองแนะนำให้แบ่งเงินบางส่วนที่ลงในสินทรัพย์เสี่ยงในประเทศประมาณ 10 - 20% เพื่อกระจายไปลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะโอกาสขาขึ้น (upside) ของหุ้นเกาหลีใต้ในปีนี้น่าจะอยู่ประมาณ 18 - 20% ถือว่าเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจเช่นกัน

“แนวโน้มการออกกองทุนของบริษัทคงโฟกัสลงในรายละเอียดมากขึ้นอาจจะเป็นในระดับประเทศเพื่อให้นักลงทุนสามารถจัดสรรเงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย”

ด้าน นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นจีนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลมาจากนักลงทุนที่เริ่มกลับเข้าลงทุนในหุ้นจีน เนื่องจากมองว่ารัฐบาลจีนกำลังจะใช้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ เพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 7.5%

ในมุมมองการลงทุนแล้ว ราคาหุ้นจีนยังถูกมาก ซื้อขายในระดับราคาหุ้นต่อกำไรเฉลี่ย (พีอี) อยู่ที่ 6-7 เท่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงในการลงทุนตลาดหุ้นได้ มองว่าเป็นโอกาสเข้าลงทุน เพราะหากตลาดหุ้นจีนกลับมายืนที่ระดับดัชนีเมื่อปลายปีที่แล้วคือประมาณ 11,000 จุด เท่ากับมีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่า 14%

ทั้งนี้เขากล่าวว่า จากการเปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ลิ้งค์ คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น 1 ที่ผ่านมา ถือว่ามีกระแสตอบรับที่ดีมาก บลจ.ทิสโก้ จึงได้เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ลิ้งค์ คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น 2” มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับ โดยเปิดขาย 1-8 เม.ย.นี้ อายุโครงการประมาณ 2 ปี มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท