วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังระบุการเมืองกระทบเศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังระบุการเมืองกระทบเศรษฐกิจฉุดผลการจัดเก็บรายได้ 3 กรมภาษีทรุดต่อเนื่อง หวังงบปี 57 และแบงก์รัฐเป็นตัวขับเคลื่อน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย สศค. ได้ปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของปี 2557 ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจากร้อยละ 4 ลดลงเหลือร้อยละ 2.4 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศการบริโภคและลงทุนของประเทศถดถอยลงอย่างมาก

ขณะเดียวกันยังส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลของ 3 กรมภาษี ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร มีอัตราการจัดเก็บรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 เดือนติดต่อกัน โดยเฉพาะกรมศุลกากรที่อัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สินค้านำเข้าลดลง อากรนำเข้าก็ลดลงตามไปด้วย สะท้อนถึงการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และการบริโภคที่ชะลอตัวจากปัญหาทางการเมือง ส่วนภาษีสรรพสามิตที่ลดลงก็เป็นผลจากบรรยากาศทางการเมืองที่ทำให้การบริโภคสินค้าลดลงเช่นกัน

“ต้องยอมรับว่าผลกระทบจากการเมืองเกิดขึ้นจริงและส่งผลต่อเศรษฐกิจ โดยมีตัวเลขชี้วัดหลายอย่างแสดงออกมา ซึ่งรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ทั้งสิ้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะซบเซา นโยบายใหม่ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนออกมาได้ สิ่งที่คาดหวังได้ในขณะนี้คือการเร่งการเบิกจ่ายของภาครัฐตามงบประมาณปี 57 ที่มีงบประมาณ 2.525 ล้านล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 20 ของจีดีพี หากการเบิกจ่ายงบประมาณสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ประมาณร้อยละ 90-95 ของงบประมาณ ก็อาจทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ดีขึ้นบ้าง รวมทั้งผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการปล่อยสินเชื่อของแบงก์รัฐจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เช่นกัน” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลอีกประการคือ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายปี 2558 ของรัฐบาลที่ตามกรอบเวลาการทำงานเดิมต้องสามารถกำหนดกรอบรายรับรายจ่ายและอยู่ระหว่างขั้นตอนของกรรมาธิการแล้ว แต่ความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางการเมืองในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายและการลงทุนของรัฐบาลได้เช่นเดียวกัน

“ความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณ เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งในอดีต แต่ก็ล่าช้าไปประมาณ 4-5 เดือนเท่านั้น ซึ่งหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ คงจะดำเนินการได้ทัน แต่หากยังไม่มีรัฐบาลขึ้นมาดำเนินการภายในไตรมาส 3 ก็น่ากังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจอย่างมาก” นายเอกนิติ กล่าว