วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market focus

แกว่งตัวรอผลประชุม ปชป. “อ่อนตัวซื้อ-ดีดขึ้นขาย” จำกัดเสี่ยงในกรอบ 1,340-1,370 จุด

SET View

ประเด็นหลักวันนี้ เราประเมินว่า SET ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้จะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆไปก่อน เพื่อรอผลการประชุมใหญ่ของพรรค ปชป. ในวันเสาร์ที่ 29 มี.ค. ซึ่งเราให้น้ำหนักที่มากกว่ากับความเป็นไปได้ที่ ปชป. จะตัดสินใจบอยคอตการเลือกตั้งอีกครั้ง เนื่องจากความเห็นของ วรภัทร วงค์ปราโมทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิของ กกต. เปิดช่องว่ามาตรา 91 (2) พ.ร.บ.พรรคการเมืองระบุว่าหากพรรคการเมืองไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง 2 ครั้งติดต่อกัน หรือในระยะเวลา 8 ปีติดต่อกัน สุดแต่ระยะเวลาใดยาวกว่า จึงจะเป็นเหตุให้สิ้นสภาพ ดังนั้นการตีความกฎหมายตามที่ กกต. ระบุ ทำให้แม้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.จะถูกนับว่าเป็นการเลือกตั้ง 1 ครั้ง และ ปชป. ไม่ลงเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันก็จะไม่เป็นเหตุนำไปสู่การยุบพรรค ปชป. ได้ ในเชิงแนวโน้มเราประเมินว่ากรณี ปชป. ประกาศบอยคอตการเลือกตั้งอีกครั้ง SET มีโอกาสถอยตัวลงมาบริเวณ 1,340 จุดก่อนในเบื้องต้น ขณะที่กรณีไม่บอยคอต SET มีโอกาสทะลุ 1,370 ขึ้นไปแกว่งตัวในกรอบ 1,370-1,430 จุด ในเดือน เม.ย.

ในเชิงสถิติหลังการประกาศบอยคอตการเลือกตั้ง 2 ครั้งก่อนหน้าของพรรค ปชป. (28 ก.พ.49 และ 21 ธ.ค.56) พบว่า SET ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 2.0% และ 2.3% ตามลำดับ แต่ถ้าพิจารณาเฉพาะการประกาศบอยคอตการเลือกตั้งล่าสุด (21 ธ.ค.2556) พบว่า SET ปรับตัวลดลงเฉลี่ยถึง 3.3% และ 3.7% รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมาเฉลี่ย 1.7 พันล้านบาท และ 3.2 พันล้านบาท หลังจากเกิดเหตุการณ์ 1 สัปดาห์ และ 1 เดือนตามลำดับ โดยที่กลุ่มหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลงมากที่สุดในช่วง 1 สัปดาห์แรก ได้แก่ กลุ่มโรงแรม (-10%) กลุ่มธนาคาร (-7%) กลุ่มขนส่ง (-5%) และ กลุ่มสื่อสาร (-5%) ขณะที่ในระยะ 1 เดือนหลังเหตุการณ์ ได้แก่ กลุ่มบันเทิง (-8%) กลุ่มโรงแรม (-8%) กลุ่มปิโตรเคมี (-7%) และ กลุ่มค้าปลีก (-6%)

กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) เน้นจำกัดความเสี่ยงกรณี ปชป. บอยคอต แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ-ดีดขึ้นขาย” ในกรอบ 1,340-1,370 จุด โดยมี 1,340 จุดเป็นจุด Cut Loss ในหุ้นกลุ่ม “S-T Trading” ได้แก่ LH, CPALL, JAS, STEC, BCP, TUF และ CHG ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART

Stock Picks

CPN (+) บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของรายได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้าเฉลี่ยปีละ 15% โดยมีแผนเปิด 10 ศูนย์การค้าในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2557-2559) ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันราว 31% ทั้งนี้บริษัทยืนยันที่จะเปิด 2 ศูนย์การค้าแน่นอนในปีนี้ โดยที่ศูนย์การค้า Central Festival Samui จะเปิดใน มี.ค.2557 และศูนย์การค้า Central Plaza Salaya จะเปิดใน ส.ค.2557 โดยที่ทั้ง 2 แห่งมีพื้นที่จองเช่าล่วงหน้าแล้ว 90% เราประเมินกำไรสุทธิในปี 2557 ไว้ที่ 7.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นโดดเด่น 27% YoY ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 60 บาท แนะนำ “ซื้อ”

ROJNA (+ ) ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนความเสี่ยงจากการเลื่อนหรือมีความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับ HONDA ไปแล้ว ขณะที่เราให้น้ำหนักว่าการโอนกรรมสิทธิ์และการรับรู้รายได้อาจเห็นเป็นรูปธรรมในช่วง 3Q57 ไปแล้ว ซึงคาดว่าจะส่งผลให้รายได้ยอดขายที่ดินทั้งปีอยู่ที่ 2 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 40% YoY ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้ายังเป็นรายได้หลักสัดส่วนราว 75% ของรายได้รวมในปี 2557 โดยเราคาดว่าจะเห็นกำลังการผลิตทั้งปีอยู่ที่ระดับ 80% จาก 70% ในปัจจุบันของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมที่ 420 MW ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 7.20 บาท ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

Technical Plays

ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดทรงบวกตัวยืนเหนือ 1350 จุด ยังมีโอกาสเป็นแนวโน้มยืนเหนือระดับ 1350 จุดได้ในระยะสั้น คาดว่าดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวในกรอบ 1355-1365 จุด อาจมีการแกว่งตัวกรอบนี้ 1-2 วัน กรณียืนเหนือ 1350 จุด เป็นแนวโน้มที่บอกว่าดัชนีหุ้นจะทรงตัวได้ และมีน้ำหนักไปในทางแกว่งขึ้นได้

IVLราคาปิดเป็นแนวโน้มแกว่งตัวทางขาขึ้นในระยะสั้น มีวอลุ่มเด่น 7 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรกรอบแนวรับแนวต้านได้