วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สถาบันเล็งซื้ออีทีเอฟ1.4พันล้าน

อีเซท50เนื้อหอมนักลงทุนสถาบันกับกองทุนรอรุมซื้อเกือบ 1,400 ล้านบาท บล.เอเซีย พลัส เผยความสนใจซื้อเกิดหลังเห็นโอกาสลงทุนในภาวะหุ้นซบเซา

น.ส.นฤมล อาจอำนวยวิภาส กรรมการผู้จัดการ บล. เอเซีย พลัส ในฐานะผู้ค้าหน่วยและดูแลสภาพคล่องของอีทีเอฟที่อ้างอิงดัชนีเซท 50 หรืออีเซท50 (ESET50) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจในการเข้าลงทุนในหน่วยลงทุนอีเซท50 เนื่องจากเห็นโอกาสในการลงทุนช่วงตลาดหุ้นซบเซา ในเบื้องต้นนั้น ประเมินว่า จะมีเม็ดเงินเข้ามาซื้อกองทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท จากนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสนใจกองทุน

“จากการพูดคุยกับนักลงทุนสถาบัน พบว่านักลงทุนสถาบันสนใจเข้ามาซื้อหน่วยลงทุน โดยในเบื้องต้น ทางกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบลจ.กรุงไทย จะเข้ามาซื้อหน่วยลงทุน 1,000 ล้านบาท และบริษัทประกันชีวิตจะเข้ามาซื้อประมาณ 400 ล้านบาท จะส่งผลให้มูลค่ากองทุนจะเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 2,000 ล้านบาทจากปัจจุบัน 170 ล้านบาทได้ ภายในสิ้นปี”

ทั้งนี้ความสนใจของนักลงทุนสถาบันที่จะเข้ามาซื้อหน่วยลงทุนนั้น ชัดเจนว่าจะเข้ามาซื้อหน่วยลงทุนก่อนมีการเลือกตั้งในไทย เพราะมองว่าดัชนีปัจจุบันอยู่ระดับต่ำ และไม่มีแรงขายออกมาแล้ว และหากการเลือกตั้งเกิดขึ้น จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเมืองให้มีแนวโน้มดีขึ้น และทำให้ดัชนีปรับตัวได้ดีขึ้นอีกครั้ง

เธอกล่าวว่าอีเซท50 นั้นเป็นหน่วยลงทุนที่ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่สภาพคล่องสูง โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เกือบ 9 ล้านล้านบาท หรือ 74 % ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ทั้งนี้จุดเด่นของกองทุนดังกล่าวมีค่าบริหารจัดการอยู่ที่ 0.30 % ถือว่าเป็นค่าบริหารที่ต่ำที่สุดหากเปรียบเทียบกับ อีทีเอฟอ้างอิงดัชนีเซท 50 ตัวอื่นๆ ทั้งนี้กองทุนมีนโยบายการจ่ายเงินปันผล ไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี

ด้านนายธิติ ตันติกุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บล. กสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มทิศทางตลาดในไตรมาส 2 เคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบจำกัด เนื่องจากยังได้รับปัจจัยกดดันจากการลดขนาด มาตรการคิวอี ของสหรัฐที่ปรับลดวงเงินในการอัดฉีดต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปที่ยังอ่อนแอ การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนจากการปฏิรูปประเทศ ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศที่ยังไร้ทางออก กดดันให้นักวิเคราะห์ปรับตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ และกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนบริหารการลงทุนในหุ้นได้ยาก

ทั้งนี้บริษัทต้องการออกดีดับบิลชุดใหม่ออกสู่ตลาด เพิ่ม DW11 ชุดใหม่ที่จะเปิดให้มีการซื้อขายวันที่ 27 มี.ค. 2557 มีทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงเปิดการซื้อขายเพิ่มอีก 6 รุ่น ได้แก่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน), บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน),ในวันที่ 28 มี.ค.2557

สำหรับ DW11 ชุดใหม่ 13 รุ่น ที่เริ่มซื้อขายนี้ จะครอบคลุมหุ้นอ้างอิง 9 ตัว โดยบริษัทได้เพิ่มหุ้นอ้างอิงในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ