วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TVD - ซื้อ

ร่วมทุนยักษ์ใหญ่จากไต้หวัน

แยกหน่วยธุรกิจโฮมช็อปปิ้งตามแผน

TVD ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจโฮมช็อปปิ้งตามแผน โดยประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนของ บริษัท ช็อป แอท โฮม (SAH) จาก 50 ล้านบาท เป็น 445 ล้านบาท ซึ่งจะเรียกชำระเต็มจำนวน โดย TVD จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 65% (เงินลงทุน 290 ล้านบาท) ส่วนที่เหลือจะให้ บริษัท โมโม่ดอทคอม จำกัด (MOMO) เข้าถือหุ้น (เงินลงทุน 156 ล้านบาท) หลังจาก SAH เพิ่มทุนแล้วเสร็จ TVD จะโอนสิทธิการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง (ช่องโฮมช็อปปิ้ง 24 ชั่วโมง) แลกกับค่าโอนกรรมสิทธิคิดเป็นมูลค่า 125 ล้านบาท ผู้บริหารคาดว่าขั้นตอนการเพิ่มทุนและการโอนกรรมสิทธิ์จะเสร็จสิ้นภายใน 3Q57

พันธมิตรใหม่หนุนการเติบโตก้าวกระโดด

เรามีมุมมองเป็นบวกต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งนี้เพราะการร่วมทุนกับ MOMO ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรายใหญ่ที่ประกอบธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 32% ในประเทศไต้หวัน ทำให้เราเชื่อมั่นว่า 1) การปรับโครงสร้างของบริษัทลูกจะเป็นไปตามแผนของบริษัท 2) ยอดขายในหน่วยธุรกิจโฮมช็อปปิ้งจะขยายตัวและเติบโตโดดเด่น จากการปรับใช้กลยุทธ์ของ MOMO ในการนำเสนอสินค้าที่น่าสนใจ และการตั้งราคาต่ำกว่าคู่แข่ง นอกจาก TVD ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SAH ที่มีโอกาสขยายตัวได้รวดเร็วและแข็งแกร่งกว่าเดิมจากความชำนาญ (Know-How) จากพันธมิตรใหม่ รวมทั้ง TVD ยังจะได้รับค่ากรรมสิทธิ์ของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งอีก 125 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไร(ก่อนภาษี) 26 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งเรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ

ทุนจดทะเบียนใหญ่กว่าบริษัทแม่....น่าจับตามอง

จากความสำเร็จในการทำธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในไต้หวัน ทำให้ผู้บริหาร MOMO วางเป้าหมายที่จะขยายเครือข่ายการทำธุรกิจในไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับ TVD หลังจากได้รุกตลาดจีนไปแล้วเมื่อปี 2554 เรามองว่าการเพิ่มทุนจดทะเบียนของ SAH สูงขึ้นหลายเท่าตัวเป็น 445 ล้านบาท จนมีขนาดใหญ่กว่าทุนจดทะเบียนของ TVD (ทุนจดทะเบียน 247 ล้านบาท) เกือบ 2 เท่า สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมของเงินทุนเพื่อรุกธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในไทยอย่างจริงจัง และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะ นำ SAH เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อมูลค่าธุรกิจเติบโตมากขึ้น

ฐานะการเงินแข็งแกร่ง คงคำแนะนำ “ซื้อ”

TVD ได้นำเงินทุนส่วนหนึ่งจากการเพิ่มทุนครั้งล่าสุดไปชำระหนี้ธนาคารระยะสั้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เหลือเพียง 0.74 เท่า (จากเดิมที่ 2.0 เท่า) เรายังคงประมาณการกำไรของ TVD ไว้เท่าเดิม โดยคาดว่ารายได้ของ SAH ในปี 2557 จะเติบโต 20% YoY เป็น 450 ล้านบาท เราเชื่อว่าประโยชน์ที่จะได้จากพันธมิตรใหม่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเร่งการเติบโตของรายได้ของ SAH ในปี 2558 เป็นต้นไป และคงมูลค่าเหมาะสมเดิมที่ 4.68 บาท