วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เซ็นเทลมั่นใจกำไรเจ๋งแม้การเมืองฉุด

"โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา" มั่นใจกำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน หลังคาดยอดขายอยู่ที่ 1.9 หมื่นลบ. แม้การเมืองฉุดอัตราเข้าพักเหลือ 70-80%

นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)หรือ CENTEL เปิดเผยว่า กำไรสุทธิปีนี้คาดว่าจะดีกว่าปีก่อนที่ทำได้ 1,322 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ 19,000 ล้านบาท พร้อมทั้งจะรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 4.7% ทั้งนี้ บริษัทฯ จะลดค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

"เราจะลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนเพื่อที่ยอดกำไรสุทธิจะได้เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ขณะเดียวกันโรงแรมที่มัลดีฟจะเข้ามาช่วยได้ในระดับหนึ่งเพราะยอดขายคิดเป็นถึง 15% ของยอดขายรวม โดยมีอัตรากำไรสุทธิดีกว่าโรงแรมในประเทศไทย 4-5% ส่วนเรื่องการเมืองหากเข้าสู่สภาวะที่คลี่คลายได้ในครึ่งปีหลังจะทำให้แรงซื้อในประเทศกลับมาเป็นปกติได้" นายรณชิต กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเข้าพักในปีนี้เหลือ 70-80% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 81-82% หลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง แต่อย่างไรก็ดี หลังจากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เริ่มส่งสัญญาณที่ดีมากขึ้นในธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะลูกค้าจากต่างประเทศที่เริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง ทั้งจากยุโรปและสหรัฐฯ

"คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้ หากไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงใดๆเกิดขึ้นหลังจากนี้ "นายรณชิต กล่าว

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ตั้งงบลงทุนปีนี้ที่ 1.8-1.9 พันล้านบาท โดยจะใช้ปรับปรุงธุรกิจโรงแรม และอาหารที่มีอยู่ราว 1.2 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้ในการเปิดโรงแรมใหม่แบรนด์โคซี่อีก 2 แห่ง มูลค่า 254 ล้านบาท ขณะที่อยู่ระหว่างการศึกษาสร้างโรงแรมเพิ่มอีก 1 แห่งที่ชะอำ

ปัจจุบันบริษัท มีโรงแรมที่อยู่ในการบริหารทั้งสิ้น 43 แห่ง มีแบรนด์ธุรกิจอาหาร 12 แบรนด์ รวม 743 สาขา ซึ่งคาดว่าจะมีแบรนด์ธุรกิจอาหารเพิ่มอีก 1 แบรนด์ในปีนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

นายรณชิต กล่าวว่า สำหรับการออกกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT อาจจะมีการเลื่อนซื้อขายเป็นต้นปีหน้า จากเดิมที่คาดว่าจะเข้าซื้อขายได้ในปีนี้เนื่องจากมีการชะลอแผนเพื่อรอดูภาวะตลาด

"กอง REIT ที่เราจะทำจะใช้โรงแรมใน-ต่างประเทศ 4-5 แห่งเข้าไปจัดตั้ง มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท จากเดิมที่เราจะออกตั้งแต่ในช่วงต้นปี แต่ก็มีการเลื่อนไปเป็นกลางปีเพราะมีปัญหาทางการเมือง รวมไปถึงกฎเกณฑ์ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งล่าสุดเราได้มีการคุยกับที่ปรึกษาคาดว่าน่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อที่จะไปซื้อขายในช่วงต้นปีหน้า เพราะต้องใช้เวลาในการพิจารณาของ ก.ล.ต.ประมาณ 6 เดือน " นายรณชิต กล่าว