วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสท.หารือทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล

บอร์ด กสท.พิจารณาทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล ทั้งด้านเทคนิค การแพร่ภาพตามกฎมัสต์แคร์รี่เริ่ม 1เม.ย.นี้

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าในวันนี้ (24 มี.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีวาระการประชุมที่สำคัญ การเตรียมพิจารณาการทดลองแพร่ภาพออกอากาศเพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ 24 ช่อง เพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งความชัดเจนรายละเอียดต่างๆ อาทิ ด้านเทคนิคการทดลองออกอากาศ การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์เป็นการทั่วไป หรือ Must Carry ค่าใช้จ่าย และรายละเอียดอื่นๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

"ในสัปดาห์นี้ สำนักงานจะเปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้บริโภคเพิ่มเติม ถึงข้อเสนอแนะต่างๆในการสนับสนุนคูปองให้ทั่วถึงด้วยเช่นกัน" นางสาวสุภิญญา กล่าว

แหล่งข่าวผู้ประกอบการโครงข่าย (Mux) กล่าวว่าสำหรับผู้ประกอบการโครงข่าย ที่ได้รับใบอนุญาต มีความพร้อมทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล ภายใต้ประกาศมัสต์แคร์รี่ ในวันที่ 1-24 เม.ย.นี้ โดย กสท.จะกำหนดระยะเวลาการทดลองออกอากาศขั้นต่ำในแต่ละวันอีกครั้ง โดย กสทช.มีกำหนดให้ใบอนุญาตผู้ชนะประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ในวันที่ 25 เม.ย.นี้

นางสาวสุภิญญา กล่าวอีกว่านอกจากนี้ด้านกิจการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก มีวาระพิจารณาการขอขยายระยะเวลาการนำส่งแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์ฯ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556 ของผู้ประกอบกิจการเคเบิลทีวี และวาระการพิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้เร่งรัดพิจารณา กรณีที่ บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) ขอให้รับข้อมูลพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบสัญญาทางธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกบนคลื่นความถี่ MMDS ที่มีมติไปก่อนหน้านั้นว่าสัญญาดังกล่าวไม่ชอบธรรม

พร้อมทั้งจะพิจารณาการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง กรณีช่องแก๊งการ์ตูน นำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ตามมติ กสท. เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2556 ได้มีมติปรับทางปกครองเป็นเงินหนึ่งแสนบาท แก่บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตช่องแก๊ง การ์ตูน ที่ได้ออกอากาศรายการภาพการ์ตูนสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งต่อมาบริษัทดังกล่าว ได้ขออุทธรณ์คำสั่งทางปกครองไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย ซึ่งตนได้ลงมติเห็นต่างในการพิจารณาครั้งนั้น เนื่องจากเห็นว่ากรณีนี้ กสทช. ควรใช้แนวทางการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการ หรือการจัดเรทติ้ง มากำกับดูแลมากกว่า การใช้มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตัดสิน