IFF ล่าช้า แต่ไม่ล้มเลิก
แผนการจัดตั้งกองทุน IFF ติดขัด
คณะกรรมการ กสทช. ยังไม่อนุมัติข้อเสนอจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม (IFF) ของ JAS โดยให้กลับไปปรับเงื่อนไขเรื่อง JAS เป็นผู้เช่ารายเดียว ขณะที่ตามกฎ Infrastructure sharing ของ กสทช. ต้องการให้มีการประโยชน์โครงข่ายโทรคมนาคมร่วมกัน เรามองว่าประเด็นนี้จะทำให้การจัดตั้ง IFF ล่าช้าและส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น JAS ในระยะสั้น แต่ไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานเนื่องจาก JAS มีฐานะการเงินที่ดี นอกจากนี้เรามองว่าความกังวลต่อการจัดตั้ง IFF ของ JAS จะลดลงหลังจากบริษัทปรับเงื่อนไขบางส่วนให้สอดคล้องกับกฎ Infrastructure sharing และผ่านการอนุมัติจาก กสทช. เพื่อส่งข้อเสนอจัดตั้งกองทุนฯ ต่อให้ ก.ล.ต พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
เป้าหมายธุรกิจปีนี้
ปีนี้ JAS ตั้งเป้าหมายลูกค้า Broadband Internet 1.5 ล้านราย หรือมีลูกค้าใหม่เพิ่มราว 2.5 หมื่นรายต่อไตรมาส เทียบกับสมมติฐานจำนวนลูกค้าของเราสอดคล้องกับเป้าหมายบริษัท ขณะที่ ARPU คาดว่าจะลดลง 3% ทำให้เราประมาณการรายได้เพิ่มขึ้น 10% YoY เป็น 12,266 ล้านบาท ในจำนวนนี้รายได้บริการ Broadband Internet มีสัดส่วน 86% และมีฐานรายได้แตะ 1 หมื่นล้านบาทเป็นปีแรก จากการเติบโตของจำนวนลูกค้าและการขยายพื้นที่ให้บริการ เราคาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติจะมีกำไร 3,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY
งบดุลแข็งแกร่ง ปรับเพิ่มอัตราจ่ายปันผล
ปัจจุบัน JAS มีฐานะการเงินที่ดีจากเงินสดเพิ่มขึ้นและมีอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) 0.1 เท่า นอกจากนี้ยังจ่ายเงินปันผลปี 2556 อัตราจ่ายปันผล 100% ของกำไรต่อหุ้นงบเดียว หรือเพิ่มเป็น 59% ของกำไรต่อหุ้นงบรวม ตามประมาณการเราคาดว่าปีนี้กระแสเงินสดจากธุรกิจปกติเพิ่มขึ้น 5% และมีกระแสเงินสดปี 2557-2559 เพิ่มขึ้นต่อปี 7% หากจัดตั้ง IFF มูลค่า 6-7 หมื่นล้านบาทสำเร็จ JAS น่าจะได้รับเงินสุทธิราว 2.5 – 3 หมื่นล้านบาท รองรับการลงทุนและจ่ายเงินปันผลสูงขึ้น เราจึงปรับเพิ่มอัตราจ่ายเงินปันผลปกติต่อปีเป็น 60% ของกำไรต่อหุ้นงบรวม คาดปีนี้จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.28 บาทให้ผลตอบแทน 3%
กดดันราคา ไม่กระทบพื้นฐาน
เราเชื่อว่า IFF ยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนคาดหวังผลบวกต่อ JAS ซึ่งหาก ก.ล.ต. อนุมัติมองว่าการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนสถาบัน (Book building) และผลตอบรับของนักลงทุนจะเป็นอีกประเด็นที่ส่งผลต่อระดับราคาหุ้น ในเบื้องต้นเราประเมินมูลค่าต่อหุ้นเพิ่มราว 0.90 บาท จาก IFF อิงสมมติฐานจำนวนลูกค้า 1.5 ล้านรายและเพิ่มเป็น 2.0 ล้านรายใน 4 ปีข้างหน้า ARPU ไม่ต่ำกว่า 560 บาท และจ่ายค่าเช่าให้กองทุนเพิ่มขึ้นจาก 2,600 ล้านบาทต่อปี ไปจนถึง 6,400 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ เรายังไม่รวม IFF ไว้ในประมาณการของเรา โดยคาดว่าปีนี้ผลการดำเนินงานจะเติบโตทั้งกำไรและเงินปันผล คงคำแนะนำ “ซื้อ”









