วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินเด็กซ์ปรับโครงสร้างธุรกิจบูม'นอนอีเวนท์'ลดเสี่ยง

อินเด็กซ์ฯ เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ชูแนวคิด"ครีเอทีฟ เน็ตเวิร์คกิ้ง" เดินหน้าขยายธุรกิจกลุ่ม "นอนอีเวนท์" ลดเสี่ยงผลกระทบเศรษฐกิจ

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภาพรวมการดำเนินธุรกิจอีเวนท์ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มทรงตัวและบางปีลดลง จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและปัจจัยการเมือง ดังนั้นบริษัทจึงปรับทิศทางการบริหารธุรกิจใหม่ เพื่อกระจายรายได้สู่ธุรกิจอื่นๆ และลดความเสี่ยงรายได้ที่เกิดจากธุรกิจหลักอีเวนท์ในประเทศไทย

ทั้งการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เช่น พม่า เวียดนาม รวมทั้งการขยายธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับอีเวนท์ (Non Event) ทางด้านการผลิตรายการโทรทัศน์ ภายใต้หน่วยธุรกิจ "วิลเลจ เทเลวิชั่น" ปีนี้จะผลิตรายการทีวีรวม 10 รายการป้อนให้กับช่องทีวีดิจิทัล เช่น ช่อง9, เครือเนชั่น, ไทยรัฐทีวี และแกรมมี่ สิ้นปีคาดมีรายได้ 50 ล้านบาท จากปีก่อนมี 4 รายการ ทำรายได้ 3-5 ล้านบาท รวมทั้งธุรกิจด้านการวิจัยผู้บริโภค เป็นต้น ปัจจุบันอินเด็กซ์ มีบริษัทในเครือ 16 บริษัท รวม 7 หน่วยธุรกิจ และ 9 เซอร์วิส

ปีนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ โดยหลังจากนี้อินเด็กซ์จะวางตำแหน่งเป็น "ครีเอทีฟ เน็ตเวิร์คกิ้ง" เชื่อมโยงธุรกิจด้านต่างๆ มากกว่าการเป็นผู้นำด้านธุรกิจอีเวนท์เหมือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งยกเลิกธุรกิจที่ไม่ทำรายได้ 2-3 บริษัท และจะขยายธุรกิจนอน อีเวนท์เพิ่มอีก 2-3 บริษัทในปีนี้

ล่าสุดร่วมมือกับ ครูเคท-ดร.เนตรปรียา ชุมไชโย เปิดบริษัท อินสปายริ่ง วิสดอม จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านเทรนนิ่ง ภายใต้รูปแบบการพัฒนาจุดเด่นของแต่ละบุคลากร รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีความต้องการ แรงงานบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่างๆ คาดว่าปีแรกจะมีรายได้ 25 ล้านบาท

"หลังปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ในช่วงกลางปีนี้ และก้าวสู่ความเป็นครีเอทีฟ เน็ตเวิร์คกิ้ง จะลดบทบาทของธุรกิจอีเวนท์และเน้นธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจในต่างประเทศจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักต่อไป โดยวางสัดส่วนรายได้กว่า 50% ของบริษัทภายใน 3-5 ปี จากเดิมธุรกิจอีเวนท์ทำรายได้หลัก 80% และนอน อีเวนท์ 20%" นายเกรียงไกร กล่าว

สำหรับภาพรวมธุรกิจอีเวนท์ไตรมาสแรกลดลง 10% คิดเป็นมูลค่าเม็ดเงินที่หายไปราว 330-400 ล้านบาท จากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง และหากสถานการณ์การเมืองยังคงยืดเยื้อต่อไป ภาพรวมธุรกิจอีเวนท์ปีนี้มีแนวโน้มลดลง 30% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 13,500 ล้านบาท นับว่าต่ำสุดในรอบ 6 ปี จากปัญหาการเมืองที่เป็นปัจจัยโดยตรงที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอีเวนท์

ด้านภาพรวมธุรกิจอินเด็กซ์ฯ สิ้นปีนี้ คาดรายได้ "ทรงตัว" หรือเติบโตเล็กน้อย จากธุรกิจนอน อีเวนท์เป็นหลัก ส่วนธุรกิจอีเวนท์ลดลงจากผลกระทบเศรษฐกิจ