วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTTGC - ซื้อ

คาดกำไร 1Q57 อ่อนตัวจากแผนหยุดซ่อม

กำลังการผลิตลดฉุดกำไรในระยะสั้น

ในเบื้องต้น เราคาดว่ากำไรปกติ 1Q57 ของ PTTGC จะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับ 4Q56 แม้จะมีปัจจัยบวกจากธุรกิจโอเลฟินส์ยังคงแข็งแกร่งจากราคา HDPE ที่สูงถึง 1,540 เหรียญต่อตัน ทรงตัว QoQ ในระดับสูง และการฟื้นตัวตามฤดูกาลของค่าการกลั่น แต่ขณะเดียวกันบริษัทมีปัจจัยลบจากกำลังการผลิตรวมที่ลดลงจากแผนการหยุดซ่อมโรงงานจำนวนมากโดยเฉพาะโรงงานโอเลฟินส์ I1 และ I4-1 ทำให้กำลังการผลิตโดยรวมลดลง 12% QoQ และส่วนต่างราคาพาราไซลีนที่ลดลงกว่า 26% QoQ จากปัญหาอุปทานส่วนเกิน เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ 1Q57 ทำให้กำไรคาดว่าจะลดลง 5% QoQ เป็น 6.2 พันล้านบาท

กำไรปกติจะกลับมาฟื้นตัวใน 2Q57

เราคาดกำไรปกติจะกลับมาฟื้นตัวใน 2Q56 จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยแผนการหยุดซ่อมมีเพียงโรงงานปิโตรเคมีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลายน้ำได้แก่ BPE (15วัน) โรงงาน LDPE (15 วัน) และ LLDPE (20 วัน) เท่านั้น ขณะที่โรงงานโอเลฟินส์ I1 และ I4-1 สามารถกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ ทำให้เราคาดหมายจะเห็นกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 11% QoQ แม้กำไรปกติ 1Q57 จะคิดเป็นเพียง 18% ของปี 57 แต่แนวโน้มกำไรที่จะฟื้นตัวเป็นลำดับ ทำให้เรายังเชื่อว่ากำไรปี 57 ที่เราคาดหมายไว้ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท ยังคงเป็นไปได้

ธุรกิจโอเลฟินส์ยังคงแข็งแกร่ง ลดผลกระทบจาก Spread Aromatics ที่อ่อนแอ

เรายังมองว่าตลาดโอเลฟินส์ยังแข็งแกร่ง โดยข้อมูลของ PTTGC ล่าสุด จีนจะยังเป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์เพิ่ม 10% YoY ขณะที่ภาพรวมธุรกิจโอเลฟินส์ยังมีดุลยภาพ โดยโรงงานโอเลฟินส์ใหม่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในปีนี้ราว 6 ล้านตัน ใกล้เคียงกับการเติบโตของ Demand ความแข็งแกร่งของธุรกิจโอเลฟินส์ เพียงพอชดเชยธุรกิจอะโรเมติกส์ที่อ่อนแอ จากปัญหาอุปทานส่วนเกินจำนวนมากในผลิตภัณฑ์พาราไซลีนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 21% YoY ขณะที่ Demand เติบโตเพียง 8% เท่านั้น อย่างไรก็ตามธุรกิจโอเลฟินส์ยังคงธุรกิจหลักของ PTTGC เนื่องจากมีสัดส่วน EBITDA กว่า 65% ของทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์มีสัดส่วน EBITDA อยู่ที่ 21% เท่านั้น

ราคาหุ้นปรับลดจากปัจจัยภายนอก

ผลกระทบจากแผนหยุดซ่อมโรงงานเป็นเพียงช่วงสั้น ขณะที่ธุรกิจหลักยังคงได้ประโยชน์จากภาพรวมธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้เรายังคาดหมายจะเห็นกำไรในช่วงที่เหลือของปี 57 ฟื้นตัวเป็นลำดับ ด้านราคาหุ้นมีความน่าสนใจเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก จนทำให้ PER ลดลงเหลือ 9.8 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจในภูมิภาคซึ่งมี PER เฉลี่ย 12 เท่า ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”