ซื้ออ่อนตัวแต่ SET ต้องไม่ต่ำกว่า 1,355 จุด
• สหรัฐ : คณะกรรมการ FOMC จะประชุมในวันที่ 18 มี.ค.2014 เราคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0-0.25% ต่อไป ส่วนการชะลอ QE คาดว่าจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง หลังจากตัวเลขภาคแรงงานออกมาดี อัตราการว่างงานเดือนก.พ.2014 ลดลงเหลือ 6.7% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเป็นการทยอยลด เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐยังไม่แข็งแกร่งมากนัก ล่าสุดตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต้นมี.ค.2014 ลดลงเป็น 79.9 จาก 81.6 ในเดือนก.พ.2014
•/- ยูเครน : ผลประชามติ 95.5% ของคนใช้สิทธิต้องการไปอยู่กับรัสเซีย คณะกรรมการการเลือกตั้งของเขตปกครองไครเมียเปิดเผยว่าผลการลงประชามติระบุว่า 95.5% ของประชาชนชาวไครเมียที่ใช้สิทธิครั้งนี้ ต้องการที่จะแยกตัวเองออกจากยูเครน และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งทางสหรัฐและประเทศพันธมิตรไม่พอใจกับผลเท่าใดนัก
+ สหภาพยุโรป : มูดีส์ฯ ปรับเพิ่มแนวโน้มเครดิตเป็น Stable (เดิม Negative) พร้อมคงความน่าเชื่อถือไว้ในอันดับสูงสุดที่ Aaa ทั้งนี้มูดี้ส์ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะสถานะการคลังของประเทศสมาชิกดีขึ้น ความเสี่ยงจากวิกฤตหนี้ยูโรโซนลดลงโดยประเทศ เช่น ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส ที่ยื่นขอความช่วยเหลือได้รับความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น และสมาชิกรายใหญ่ เช่น เบลเยียม เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์, สเปน ได้รับการปรับแนวโน้มเครดิตเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ Stable หรือ Positive เมื่อต้นเดือนมี.ค.2014
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : ทยอยปรับลดเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ โดยทาง KTB จะลดเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อปีนี้เป็น 4.5% (เดิม 7-10%), TMB ปรับลดเป็น 8% (เดิม 10%) ด้าน KBANK ปรับลดเป็น 7-8% (เดิม 9-11%) … เป็นไปตามที่เราและตลาดประเมินไว้ คาดว่าหลังปรับประมาณการใหม่แล้ว กำไรของกลุ่มจะเติบโตลดลงเป็นประมาณ 10%+/- (จากปัจจุบัน 13%) อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปี 2014 ธนาคารจะมีอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรไม่มาก แต่ข้อดีของธนาคารพาณิชย์ไทย คือ มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง, ความสามารถในการทำกำไรดี โดยมี ROE เฉลี่ยประมาณ 17 เท่า และ Valuation ต่ำ เห็นได้จาก P/E ปี 2014 ที่ 9.5 เท่า ต่ำกว่าตลาดรวม 29% จึงคงให้น้ำหนักการลงทุน Neutral และแนะนำทยอยซื้อเพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาวในหุ้นแบงก์ใหญ่ เช่น BBL, KBANK และ KTB
• การเมือง : คาดรัฐบาลยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการประชุมครม.อังคารนี้ (18 มี.ค.2014) โดยหากมีการยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็จะส่งผลดีกับหลักทรัพย์ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและลงทุน เช่น สายการบิน, โรงแรม, นิคมอุตสาหกรรม, รับเหมาก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น โดยกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์และฟื้นตัวเร็วจะเป็นสายการบินและโรงแรม รองลงมาเป็นนิคมอุตสาหกรรม ส่วนรับเหมาก่อสร้าง & วัสดุก่อสร้างจะได้รับประโยชน์ในระยะกลาง-ยาว
•/- การเมือง : จับตาการต่อสู้ของกลุ่มเสื้อแดงหลังเปลี่ยนประธานฯ กลุ่มนปช.ได้เปลี่ยนประธานเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์.ผู้เชี่ยวชาญการเมืองประเมินว่าการต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงจะเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้านกลุ่มเสื้อแดงปทุมธานีประกาศว่าอาจมีเคลื่อนไหวถ้าป.ช.ช.ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
กลยุทธ์การลงทุน : สัปดาห์นี้ตลาดคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งจะเป็นบวกกับกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน (เห็นผลเร็ว) และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น นิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้าง (เห็นผลในระยะกลาง-ยาว) แต่เรื่องนี้ได้สะท้อนในตลาดตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว ดังนั้นอาจต้องระวัง Sell on Fact ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องการเมืองเพิ่มขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญการเมืองประเมินว่าการเปลี่ยนประธานนปช.เป็นนายจตุพรนั้นบ่งชี้ว่ากลุ่มเสื้อแดงปรับแผนการต่อสู้ให้เข้มข้นมากขึ้น ส่วนปัจจัยภายนอก จับตาท่าทีของสหรัฐและประเทศพันธมิตรต่อรัสเซียหลังจากประชาชนแคว้นไครเมียลงมติ 95.5% ว่าจะเข้าไปเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย กลยุทธ์หลัก คือ ซื้อตามด้วยค่าบวก กลยุทธ์รองเป็นซื้ออ่อนตัวแต่ SET ต้องไม่ต่ำกว่า 1355 จุด แนวต้านระยะสั้น 1380-1390 จุด, ดัชนีลดลงต่ำกว่า 1355 จุดควรลดพอร์ตตามหรือ Stop loss เพราะมีสิทธิปรับฐานแรง









