วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.พร้อมปลดล็อคไลเซ่น เปิดเสรีกิจการดาวเทียมไทย

กสทช.พร้อมปลดล็อคไลเซ่น เปิดเสรีกิจการดาวเทียมไทย "ไทยคม"แจงไม่มีใครผูกขาด

ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใดจากฝั่งผู้กำกับดูแลกิจการดาวเทียมเพื่อการสื่อสารว่า การเปิดให้บริการดาวเทียม 1 ดวง หรือแม้แต่การ "อัพลิงค์-ดาวน์ลิงค์" ระบบสื่อสัญญาณจะต้องเปิดประมูลแบบวงการโทรศัพท์มือถือหรือไม่ และอำนาจอธิปไตยนอกเหนือวงโคจรที่ได้รับมาจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) เพื่อยิงดาวเทียมหนึ่งดวงขึ้นไปลอยค้างฟ้าจำเป็นต้องเปิดประมูลคลื่นความถี่ เพื่อเลิกการผูกขาดให้อุตสาหกรรมนี้ จากที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในประเทศไทย คือ "ไทยคม"

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า กิจการให้บริการดาวเทียมสื่อสารถือเป็นเรื่องใหม่ในระบบกฎหมายไทย เพราะไม่เพียงแต่เป็นกิจการที่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ซับซ้อนเกี่ยวพันกับประเด็นทางกฎหมายหลายประการ แต่ยังมีประเด็นถกเถียงกันในหลายเรื่อง เช่น กิจการให้บริการดาวเทียมสื่อสารเป็นกิจการที่ใช้คลื่นความถี่หรือไม่ ดาวเทียมสื่อสารอยู่ภายในเขตอำนาจอธิปไตยแห่งรัฐไทยหรือไม่

รวมถึงการอนุญาตให้ประกอบกิจการดาวเทียมสื่อสารจำเป็นต้องจัดสรรด้วยการเปิดประมูลหรือไม่ ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับดาวเทียมสื่อสารประเภทใดบ้างที่ต้องเข้าประมูล อำนาจในการอนุมัติหรือเห็นชอบให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเสนอเอกสารคำขอกำหนดตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมสื่อสารต่อองค์การสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) เป็นของหน่วยงานใด

ชงประกาศฯพร้อมเปิดประมูล

นายธานีรัตน ศิริปะชะนะ ประธานคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการอนุญาตและกำกับดูแลกิจการบริการดาวเทียมสื่อสาร ระบุว่า ร่างประกาศฯ ดังกล่าว จะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้ภายในเดือน พ.ค.2557 นี้ และจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาได้ในปลายเดือน พ.ค.เพื่อมีผลบังคับใช้ต่อไป

“เรื่องที่ต้องคุยกันคือ เรื่องวงโคจร และคลื่นความถี่จะต้องมีการประมูลหรือไม่ ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ องค์ประกอบวงโคจรและคลื่นความถี่ที่ได้มา ขอย้ำจุดนี้เพราะวงโคจรและคลื่นความถี่ไม่ได้อยู่ใต้อธิปไตยของประเทศไทยอยู่ภายใต้ของไอทียูขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างประเทศ”

ปัจจุบันไทยคมให้บริการดาวเทียมอยู่ 3 ดวงซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานกับกระทรวงไอซีที ได้แก่ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ไทยคม 5 ไทยคม 6 ดวงล่าสุดที่เพิ่งยิงขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนไทยคม 7 ที่กำหนดยิงกลางปีนี้ตำแหน่งวงโคจร 120 องศาให้เป็นระบบใบอนุญาตดวงแรกจากกทค. แต่ต้องมีการประมูลวงโคจรตามกฎหมายที่กำหนด

นักวิชาการเสนอเปิดเสรี

นายประเสริฐ ป้อมป้องศึก นักวิชาการอิสระ ด้านกฎหมายอวกาศ กล่าวว่า ต้องการให้กสทช.มีนโยบายเปิดน่านฟ้าอวกาศ ด้วยการเปิดประมูลวงโคจรดาวเทียมที่ปัจจุบันไทยได้รับการจัดสรรจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) 6 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ เพราะการเปิดประมูลวงโคจรจะเป็นการเปิดเสรีกิจการดาวเทียม คือ ให้เอกชนรายใดสามารถให้บริการดาวเทียมได้แทนที่จะผูกขาดอยู่แต่ บมจ.ไทยคมรายเดียวที่เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากกระทรวงเทคไอซีที และได้รับใบอนุญาตจากกสทช. ส่งผลให้ไทยคมมีสิทธิในวงโคจรดาวเทียมของประเทศด้วย ทั้งที่การใช้วงโคจรดาวเทียมเป็นไปเพื่อการสื่อสารซึ่งมีการใช้คลื่นความถี่ ดังนั้น ต้องเปิดประมูลตาม มาตรา 45 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรฯที่กำหนดให้คลื่นความถี่ต้องจัดสรรด้วยการเปิดประมูลเท่านั้น

สำหรับแนวทางการเปิดประมูล ควรเป็นไปในรูปแบบ 1 ตำแหน่งต่อ 1 ใบอนุญาต และไม่กำหนดการใช้วงโคจร แต่ทั้งนี้ ราคาใบอนุญาตการใช้วงโคจรไม่ควรสูงเกินไป เพื่อไม่เป็นภาระให้กับผู้ประกอบกิจการมากนัก เนื่องจากดาวเทียมเป็นกิจการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและต้องแข่งขันกับต่างประเทศด้วย

"ไทยคม"แจงไม่มีใครผูกขาด

นายเอกชัย ภัคดุรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานกิจการองค์กร บมจ. ไทยคม กล่าวว่า ประเด็นที่ระบุว่าการให้บริการดาวเทียมจำเป็นต้องมีการประมูลนั้น ส่วนตัวเห็นว่า กิจการดาวเทียมแตกต่างกับกิจการโทรศัพท์มือถือแม้ใช้คลื่นความถี่เหมือนกันแต่ใช้กันคนละจุดประสงค์ กิจการดาวเทียมจึงไม่ควรเปิดให้ประมูล เพราะการประสานงานการใช้วงโคจรในอวกาศไม่ใช่ทรัพยากรของประเทศไทยไม่สามารถนำมาประมูลได้

ขณะที่การใช้คลื่นความถี่กิจการดาวเทียมเป็นไปเพื่อการควบคุมดาวเทียมให้ทำงานจากสถานีภาคพื้นดินเท่านั้น เช่นเดียวกับกิจการสื่อสารในทหารที่ใช้คลื่นความถี่เหมือนกันแต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีการประมูลคลื่นตามที่กฎหมายระบุ เพื่อเป็นเพียงแค่การใช้รับสัญญาณในตัวเองจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งเท่านั้น

"ปัจจุบันไทยคมไม่ได้ผูกขาดอุตสาหกรรมนี้ เพราะกสทช.เปิดให้เอกชนที่ต้องการดำเนินธุรกิจยื่นขอไลเซ่นได้" นายเอกชัย กล่าว