วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

GRAMMY

แนวโน้มปี 2557 ยังคงขาดทุนหนัก

GMM Z เพย์ทีวีดูดีขึ้น แต่ยังห่างไกลจุดคุ้มทุน

ยอดสมาชิกเพย์ทีวี GMM Z เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2–3 หมื่นรายต่อเดือนตั้งแต่ปลายปีก่อนจนปัจจุบันมียอดสมาชิกอยู่ที่ราว 1.5–1.6 แสนราย แต่อย่างไรก็ดี รายได้/สมาชิก/เดือน (ARPU) ยังต่ำเนื่องจากสมาชิกที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการขายพ่วงกับกล่องรับสัญญาณดาวเทียมทำให้มี ARPU อยู่ที่เพียง 50-100 บาท/เดือน เท่านั้น ทำให้ยังห่างไกลเป้าหมายจุดคุ้มทุนต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 4 แสนราย และ ARPU อยู่ที่ 200-300 บาท/เดือน ขณะที่การร่วมมือกับ CTH ในการนำคอนเทนต์ฟุตบอล EPL มาจัดแพ็กเกจด้วยไม่ได้ทำให้เพย์ทีวี GMM Z มีความได้เปรียบในการแข่งขันมากนัก เพราะ CTH ได้มีการร่วมมือกับผู้จำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียมรายอื่นด้วยเช่นเดียวกัน

ทีวีดิจิทัลค่าใช้จ่ายมาแน่ แต่รายได้ยังไม่ชัวร์

GRAMMY จะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการให้บริการทีวีดิจิทัล 2 ช่องในปีนี้อย่างน้อย 250 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าตัดจำหน่ายเงินประมูล 220 ล้านบาท และค่าโครงข่าย 30 ล้านบาท (ยังไม่รวมต้นทุนค่าผลิตคอนเทนต์เพิ่มจากเดิมอีก 300-400 ล้านบาท) ในขณะที่รายได้ค่าโฆษณาที่จะได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการทีวีดิจิทัลยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากการเข้าถึงครัวเรือนในปีแรกไม่ต่างจากทีวีดาวเทียม ดังนั้นการคิดอัตราค่าโฆษณาในระดับที่สูงขึ้นจึงเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้ GRAMMY จะนำช่อง One มาออกอากาศบนแพล็ทฟอร์มทีวีดิจิทัลช่อง HD และผลิตรายการใหม่ในช่อง SD ในรูปแบบรายการวาไรตี้เจาะกลุ่มเป้าหมายตลาดแมสทั่วประเทศ (คล้ายๆ ช่อง 7 ปัจจุบัน)

1Q57 คาดขาดทุนต่อเนื่อง 300 – 500 ล้านบาท

ปี 2557 GRAMMY จะต้องตัดจำหน่ายค่าลิขสิทธิ์รายการเพย์ทีวีสูงขึ้นจากปีที่แล้วราว 300 ล้านบาท อีกทั้งยังต้องตัดค่าลิขสิทธิ์รายการใหม่จาก FOX อีกด้วย (คาดประมาณ 200-250 ล้านบาท) ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองที่ย่ำแย่ในงวด 1Q57 กระทบผลการดำเนินงานธุรกิจเดิม (เพลงและสื่อโฆษณา) ทำให้เราคาดงวด 1Q57 GRAMMY จะยังคงมีผลขาดทุนราว 300-500 ล้านบาท และคาดทั้งปี 2557 จะมีผลขาดทุนราว 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วขาดทุน 1.3 พันล้านบาท

เสี่ยงขาดทุนสูงต่อเนื่อง ยังไม่แนะนำลงทุน

แม้ว่า GRAMMY จะมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต (หากประสบความสำเร็จ) จากธุรกิจเพย์ทีวีและทีวีดิจิทัล แต่ ทั้ง 2 ธุรกิจมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงและต้องใช้เวลาในการสร้างฐานลูกค้าทำให้ช่วงแรกของการลงทุนมีความเสี่ยงสูงจากผลขาดทุนจำนวนมาก ขณะที่เรายังไม่เห็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ผลประกอบการของ GRAMMY พลิกกลับมามีกำไรได้ เราจึงยังไม่แนะนำลงทุน