วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไออาร์พีซี-พีทีทีจีซีจ่อร่วมลงทุน4.8หมื่นล.

ไออาร์พีซี-พีทีทีจีซีจ่อร่วมลงทุน 4.8 หมื่นล้าน พร้อมตั้งโรงงานผลิตพาราไซลีนขนาด 1 ล้านตัน

"ไออาร์พีซี" เล็งจับมือ "พีทีทีจีซี" ลงทุนตั้งโรงงานพาราไซลีน 1 ล้านตัน มูลค่าลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท คาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้ แย้มผลการดำเนินงานปีนี้เติบโต จากแผนการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ดันค่าการกลั่นรวมขยับขึ้น 2 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นายกฤช ชัยเรืองยศ ผู้จัดการฝ่ายการเงิน และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะลงทุนร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ตั้งโรงงานผลิตพาราไซลีน หรือ พีเอ็กซ์ (PX) กำลังการผลิต 1 ล้านตัน มูลค่าลงทุนประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น แม้ปัจจุบันราคาพาราไซลีนจะอยู่ในระดับต่ำ แต่มีโอกาสปรับขึ้นในอนาคต จากความต้องการที่เพิ่มขึ้น และยังไม่มีสินค้าทดแทนได้

"โครงการนี้เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ บริษัทคงไม่สามารถลงทุนเองทั้งหมดได้ จึงมีแผนจะทำร่วมกับพีทีทีจีซี และจะถือหุ้นในสัดส่วน 49% เพราะจะได้ไม่ต้องรับรู้ตัวหนี้สินเข้ามาด้วย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ และหากโครงการผ่านก็จะเริ่มลงทุนก่อสร้างได้ในปี 2558 คาดจะแล้วเสร็จภายในปี 2561"

เขากล่าวต่อว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา แม้กำลังการผลิตโดยรวมจะไม่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนลดลง ผลจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การหันมาใช้น้ำมันดิบในประเทศในการกลั่น ช่วยลดต้นทุน และทำให้อัตราการทำกำไร (มาร์จิน) เพิ่มขึ้น

โดยคาดว่าค่าการกลั่นรวม หรือ จีอาร์เอ็ม (GIM) ปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ดอลลาร์ เป็น 9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ระดับประมาณ 7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นทุก 1 ดอลลาร์จะมีผลต่อรายได้ 1-2 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทจะยังมีการเร่งขายสินทรัพย์ คือที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่ายให้ได้ภายในปีนี้ แต่จะเป็นการทยอยขาย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 พันไร่

"ปีนี้บริษัทจะใส่เงินลงทุนในโครงการฟีนิกซ์ อีก 500 ล้านดอลลาร์ และใส่เงินอีก 300 ล้านดอลลาร์ในปีหน้าซึ่งเป็นปีสุดท้าย โดยหลังโครงการนี้แล้วเสร็จ ผลการดำเนินงานของบริษัทจะผันผวนน้อยลง และแม้สถานการณ์ในตลาดจะแย่เหมือนปี 2555 บริษัทก็คงไม่ขาดทุน แค่กำไรลดลง"

บล.เคเคเทรด วิเคราะห์ว่า คาดการณ์กำไรปกติในปีนี้ไว้ที่ 1.2 พันล้านบาท จากปี 2556 ที่ขาดทุน 1.9 พันล้านบาท แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการได้ในอนาคต หากการปรับลดต้นทุนการผลิตไม่เป็นไปตามแผน มองว่าปัจจัยที่จะหนุนการฟื้นตัวในปีนี้ อยู่ที่ความแข็งแกร่งของธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์

รวมทั้งการปรับลดต้นทุนการกลั่นลง จากการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันดิบในประเทศจาก 6% ในปี 2556 เป็น 19% ปีนี้จากสมมุติฐานการใช้กำลังการกลั่น 86% ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้คาดว่า ค่าการกลั่นพื้นฐานของธุรกิจการกลั่นที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% จากปีก่อนหน้า หากการจัดหาน้ำมันดิบในประเทศไม่เป็นไปตามเป้า รวมทั้งการลดต้นทุนการกลั่นไม่ได้ตามเป้า จะเป็นประเด็นที่ทำให้อาจจะต้องปรับลดประมาณการได้ในอนาคต