เงินปันผลให้ผลตอบแทนสูง
คาดกำไรปี 57 เติบโต 3%YoY
เรายังไม่พบข้อมูลใหม่จากการเข้าประชุมกับบริษัทเมื่อวานนี้ โดยเรายังคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้ของ EGCO จะเติบโต 3% YoY จากรายได้ของโรงไฟฟ้าหลักจากระยองที่ลดลงเนื่องจากอยู่ในช่วงปลายของสัญญาขายไฟ (สัญญาสิ้นสุดปี 2557) แต่ EGCO จะมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอีก 4 โครงการ ซึ่งทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2556 ที่ผ่านมา และมีกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ (GIDEC) เริ่มจะผลิตเดือน เม.ย. นี้ แม้จะมีกำลังการผลิตเพียง 2% ของทั้งหมด แต่มีกำไรสุทธิคิดเป็น 8.2% ของประมาณการปี 2557 เนื่องจากเป็นโครงการที่มีอัตราค่าไฟที่รัฐส่งเสริมในรูปแบบของ Adder
ประมาณการกำไรสุทธิอาจถูกปรับลดจากผลของ IFRIC4
EGCO เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRs: IFRIC4) โดยเฉพาะ IPP ที่ยังคงมีสัญญาการผลิตไฟฟ้าเหลืออีกหลายปี เช่น โรงไฟฟ้า KK2 (กำลังผลิต 1.4 พันเมกะวัตต์ ถือหุ้น 50%) และโรงไฟฟ้า BLCP (กำลังผลิต 1.4 พันเมกะวัตต์ ถือหุ้น 50%) โดยสัญญาขายไฟฟ้าปัจจุบันของ KK2 และ BLCP จะสิ้นสุดในปี 2575 และปี 2576 ตามลำดับ ขณะที่ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าระยองและขนอมไม่มาก เนื่องจากสัญญาขายไฟกำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2557 และ 2559 ตามลำดับ การปรับมาตรฐานบัญชีใหม่จะทำให้การรับรู้รายได้จากการผลิตไฟฟ้าสม่ำเสมอตลอดอายุสัญญา (อายุสัญญาขายไฟฟ้า 25 ปี) เทียบกับการรับรู้รายได้จากสัญญา PPA เดิมที่มีความผันผวนสูง โดยจะรับรู้รายได้มากในช่วง 5 – 10 ปีแรก ก่อนจะปรับลดลงอย่างรวดเร็วและขาดทุนในช่วงท้ายของสัญญา อย่างไรก็ตามการปรับใช้ IFRIC4 จะไม่กระทบกระแสเงินสดและมูลค่าที่เหมาะสม
แนวโน้มกำไรที่เติบโต ให้ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5% ต่อปี
EGCO ยังคงเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 5% ต่อปี จากแนวโน้มกำไรสุทธิที่ทรงตัวในช่วงปี 2557 – 2558 กำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตก้าวกระโดดในปี 2559 หลังโรงไฟฟ้าขนอมใหม่เริ่มผลิต (เริ่ม มิ.ย. 59 ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 930 เมกะวัตต์) ระยะยาวบริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 36% จากปัจจุบันที่ 4.5 พันเมกะวัตต์ (ณ สิ้นปี 2556) เป็น 6.1 พันเมกะวัตต์ ภายในปี 2562 ซึ่งจะทำให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าเหมาะสม 150 บาท









