ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของรัสเซีย "ยูไนเต็ด คัมปะนี รูซัล" ตั้งเป้าให้อินโดนีเซียกลายมาเป็นศูนย์กลางการผลิตอะลูมิเนียมในระดับภูมิภาค
ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของรัสเซีย "ยูไนเต็ด คัมปะนี รูซัล" ต้องการที่จะทำให้อินโดนีเซีย กลายมาเป็นศูนย์กลางสำหรับการผลิตอะลูมิเนียมในระดับภูมิภาคของบริษัท และตัดสินใจที่จะเริ่มลงทุนภายในปลายปีนี้
รองหัวหน้าคณะหน้าที่บริหารเอ็นพลัส ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดในรูซัล "นายแม็กซิม โซคอฟ" บอกว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในอินโดนีเซีย จะอยู่ในช่วงที่คาดว่า ราคาอะลูมิเนียมโลกจะร่วงลงแตะระดับสุดในช่วงปลายปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลอินโดนีเซีย สั่งห้ามส่งออกแร่อะลูมิเนียม
นับตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้ห้ามส่งออกแร่ดิบทุกประเภท ในความพยายามที่จะกดดันให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ ตั้งโรงงานถลุงแร่ขึ้นมาเอง และดำเนินการถลุงแร่ภายในประเทศ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งห้ามนี้ออกมานั้น ชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายนี้ เป็นผู้จัดหาแร่อะลูมิเนียมราว 60% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของจีน
การดึงแร่อะลูมิเนียมอินโดนีเซียออกจากตลาดโลก ได้รับเสียงสนับสนุนเป็นวงกว้าง จากบรรดายักษ์ใหญ่เหมืองแร่โลก อย่าง รูซัล ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาอะลูมิเนียมที่ร่วงลงอย่างหนัก
โซคอฟ ระบุว่า รูซัลได้สูญเสียสถานะผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่สุดของโลก ไปให้กับอะลูมิเนียม คอร์ป ออฟ ไชน่า (ชาลโค) หลังจากที่บริษัทรัสเซียรายนี้ ต้องปิดโรงถลุงแร่อย่างน้อย 3 แห่งทางตะวันตกของรัสเซีย
ปัจจุบันรูซัล กำลังพุ่งเป้ามาที่อินโดนีเซีย โดยหวังจะให้เข้ามาแทนที่ความสามารถทางการผลิตที่หายไป ซึ่งผู้บริหารรายนี้ ระบุว่า "แผนการของบริษัท คือ การปิดโรงถลุงแร่ ที่มีต้นทุนสุงทุกแห่ง และรักษาฐานที่ต้นทุนการผลิตต่ำเอาไว้ โดยพุ่งเป้าไปหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อขยายฐานการผลิตต้นทุนต่ำ ซึ่งอินโดนีเซีย ก็คือ โอกาสใหม่ดังกล่าว









