ยอดขายที่ดินยังมีโอกาสดีจากกลุ่มลูกค้าต่อเนื่องยานยนต์
ประเด็นน่าสนใจ
- HEMRAJ ประกาศกำไรสุทธิ 4Q56 ที่ 2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งรายไตรมาสและรายปี มาจากบันทึกรายการพิเศษจากการขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 2.5 พันล้านบาท โดยมีกำไรปกติลดลงเป็น 277 ล้านบาท สาเหตุจากมีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่าประกันรายได้การขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์จำนวน 294 ล้านบาท รายได้รวม 2.4 พันล้านบาทเติบโต 25%QoQ ขณะที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 47% ลดลงเมื่อเทียบกับรายไตรมาส
- ปี 56 มีกำไรรายการปกติ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY ต่ำกว่าคาด 8% ผลจากค่าใช้จ่ายรับประกันรายได้เป็นรายการที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในประมาณการ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินการยังทำได้ดีมีรายได้เติบโต 37% เป็น 8.7 พันล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 47.8% จากเดิมที่ 46% มาจากการปรับราคาขายที่ดินใหม่
ผลกระทบและความเห็น
-ความสามารถในการทำไรปรับดีขึ้น เราคาดว่าการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับราคาตลาด ขณะที่บริษัทมีต้นทุนราคาเดิมเป็นโอกาสดีต่อัตรากำไรขั้นต้นในปี 57 ที่จะทำได้ระดับ 46-47% ขณะที่สามารถรักษาค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้กรณีไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษจากการขายกองทุนจะมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 36.5% และในปี 57 จะอยู่ในระดับดีราว 34.5%
- ยอดขายที่ดินยังคงมาจากกลุ่มยานยนต์ จากกลุ่มลูกค้าในพื้นที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น กลุ่ม Auto Alliance เข่น Mazda,Ford และ GM รวมถึง Suzuki ฯลฯทำให้มีกลุ่มลูกค้าที่ผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ ที่ยังคงให้ความสนใจลงทุนพื้นที่ในนิคมที่ใกล้เคียงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ดังกล่าว
คำแนะนำและเหตุผล
- คงคำแนะนำ “ซื้อ“ เราคาดว่าหลังการเมืองคลี่คลายจะเป็นโอกาสสร้างยอดขายที่ดินของ HEMRAJ ได้ต่อเนือง นอกจานั้นยังมีกำไรจากเงินลงทุนใน GHECO-ONE ที่คาดว่าจะบันทึกกลับมาเป็นผลตอบแทนได้ราว 1.2 พันล้านบาทต่อปี โดยเราคงประมาณการและราคาเหมาะสมเดิมที่ 3.70 บาท









