แรงกดดันเพิ่มขึ้นจากประเด็นยูเครน เก็งกำไรในกรอบสั้นต้องมี 1,310 จุด เป็นจุด Cut Loss
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดขึ้นระหว่างรัสเซีย และสหรัฐในประเด็นของยูเครน รวมทั้งการที่จีนประกาศตัวเลข Official PMI เดือน ก.พ.2557 ออกมาที่ 50.2 ลดลงจาก 50.5 ใน ม.ค.2557 จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นภูมิภาค และไทยในวันนี้ อย่างไรก็ดีสำหรับการลงทุนระยะสั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ตราบใดที่ SET ยังคงไม่หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,310 จุดอีกครั้ง การ Trading ระยะสั้น (S-T Trading) สามารถทำได้ในกรอบ 1,310-1,330 และ 1,330-1,360 จุด เนื่องจากในทางเทคนิค Indicator ที่บ่งชี้แนวโน้มราย Daily อย่าง RSI และ Modified Stochastic ยังคงไม่เกิดสัญญาณ Negative Divergence ขณะที่ Indicator ที่บ่งชี้ Momentum ในระยะสั้นอย่าง A-D Line ยังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีความเสี่ยงสำคัญในเชิงเทคนิคจะอยู่ที่ Indicator ที่บ่งชี้ความแข็งแกร่งของแนวโน้มอย่าง ADX ยังคงอยู่ต่ำกว่า 20 สะท้อนให้เห็นความเปราะบาง และการปรับตัวลงมาต่ำกว่า 1,310 จุด ถ้าเกิดขึ้นจริงจะทำให้สัญญาณการพักตัวลงไปที่ 1,295-1,260 จุดกลับมาอีกครั้ง
- เรายังคงแนะนำให้มีวินัยกับการ Take Profits กรณีขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,330 และ 1,360 จุดแล้วปิดเหนือไม่ได้ เนื่องจากยังกังวลกับทิศทางการไหลออกของกระแสเงินทุนในภูมิภาค โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (20-26 ก.พ.) แม้ว่าตลาดหุ้นโลกจะมีกระแสเงินทุนกลับมาไหลเข้าอีกราว 8.2 พันล้านดอลลาร์ แต่ตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งมีความเสี่ยงจากการขยายค่าเงินหยวนของจีนยังมีเม็ดเงินไหลออก 1.2 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับลาตินอเมริกา และกลุ่ม EMEA ที่มีไหลออก 293 และ 192 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ถ้าพิจารณาเฉพาะกลุ่ม TIPs ตลาดหุ้นไทยที่ยังมีกระแสเงินทุนไหลออกอีก 90 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่มีเงินทุนไหลเข้าตาม 175 และ 45 ล้านดอลลาร์ลำดับ
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,310 จุดได้ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,310-1,330 และ 1,330-1,360 จุด โดยมี 1,310 จุดเป็นจุด Cut Loss ในหุ้น JAS, PTTEP, DTAC, MINT, BH, CPALL และ TTCL ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในหุ้นกลุ่ม “Value Investing” คือ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART








