วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บจ.ระดมทุนรับดิจิทัลทีวี

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เดินหน้าระดมทุนรับธุรกิจดิจิทัลทีวี โดยเลือกวิธีการเพิ่มทุนบริษัทแม่ บริษัทลูก และขายหุ้นกู้คึกคัก

นายสุรการ ศิริโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า คณะกรรมการเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 257.10 ล้านบาทเป็น 266.04 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญ 8.93 ล้านหุ้น เพื่อขายให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) บริษัทเดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) ในราคาหุ้นละ 22.39 บาท ซึ่งบริษัทดังกล่าว ดำเนินธุรกิจหลักในการประกอบกิจการเป็นตัวแทน เพื่อการโฆษณาโดยสื่อโฆษณาทุกชนิด โดยจะชำระเงินภายในวันที่ 4 มิ.ย. นี้ โดยมีข้อกำหนดห้ามไม่ให้เดนท์สุฯขายหุ้น หรือโอนหุ้นเวิร์คพอยท์ เป็นเวลา 1 ปี นับแต่ได้รับการจัดสรรหุ้น

สำหรับเงินที่ได้รับการจากการขายหุ้นครั้งนี้ จะนำไปเป็นเงินลงทุนของบริษัท และบริษัทไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ที่ทำการผลิตรายการโทรทัศน์ การรับจ้างผลิต เพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ด้วย และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อขยายการลุงทุนในอนาคต

บริษัทระบุด้วยว่า คณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติเข้าทำสัญญาความร่วมมือ ทางธุรกิจกับเดนท์สุฯ เพื่อให้มีความร่วมมือถึงโอกาสในเชิงพาณิชย์และกลยุทธ์ที่จะ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการพัฒนารายการโทรทัศน์สำหรับกิจการทีวีดิจิทัลต่อไป

ขณะที่ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง (AMARIN) แจ้งว่า ตามที่ มีการจัดประมูลใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทธุรกิจระดับชาติ ที่จัดขึ้นโดย คณะกรรมการ กสทช.นั้น บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นอยู่ 99.99% ได้รับแจ้งว่า เป็นผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทธุรกิจ ระดับชาติ หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง เป็นเงินทั้งสิ้น 3,320 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทประกาศเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 1.5 พันล้านบาท

บริษัท โมโน เทคโนโลยี (MONO) แจ้งว่าบริษัทได้มีการเพิ่มทุนชำระแล้วในบริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ที่ถือหุ้นผ่านบริษัท โมโน โปรดักชั่น โดยทุนจดทะเบียนเดิม 50 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจในอนาคต

ขณะที่บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) SLC ขอชี้แจงการทำสัญญาเข้าลงทุนของบริษัท ตงฮั้ว คอมมูนิเคชั่นส์ (ตงฮั้ว)ในบริษัทสปริงนิวส์ เทเลวิชั่น ( สปริงนิวส์ทีวี ) โดยบริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น (บริษัทย่อย) โดยเมื่อวันที่ 7 ก.พ.2557 ตงฮั้วได้ชำระเงินลงทุนล่วงหน้าเพื่อได้สิทธิในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท สปริงนิวส์เทเลวิชั่น จำกัด ก่อนบุคคลอื่น ซึ่งในขณะนี้ สปริงนิวส์ทีวีอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดการเพิ่มทุน ทั้งหากได้ข้อยุติและเงื่อนไขการลงทุนเป็นไปตามที่ตกลงร่วมกันตงฮั้วก็จะได้แสดงเจตจำนงใช้สิทธิซื้อหุ้นที่จะได้มีการเพิ่มทุนต่อไป

ทั้งนี้ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่าช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจดิจิทัลทีวี ได้ประกาศระดมทุน เพื่อรองรับในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวกันอย่างคึกคัก ซึ่งมีบริษัทหลายแห่งได้เตรียมความพร้อมไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่บางรายเร่งระดมทุนหลังได้รับใบอนุญาตแล้ว

ทั้งนี้ จากสำรวจบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตมี 10 บริษัท ประกอบด้วย บีอีซี เวิลด์ (BEC) บริษัทอสมท.(MCOT) บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง (AMARIN) บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) บริษัททรูคอร์ปอเรชั่น (TRUE) บริษัทอาร์เอส (RS) บริษัท โมโน เทคโนโลยี (MONO) กลุ่มบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) และบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) ด้าน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยยังไม่รวมธุรกิจทีวิดิจิทัลไว้ในประมาณการปัจจุบัน เพื่อรอข้อมูลที่ชัดเจนของแต่ละบริษัท ก่อนที่จะมีการทบทวนประการอีกครั้ง ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด” โดยยังชื่นชอบผู้ให้บริการสถานีโทรทัศน์ที่มีคอนเทนต์แข็งแกร่งสุดอย่าง บริษัทบีอีซี ซึ่งจะได้กำลังให้บริการเพิ่มขึ้นเข้ามาเสริมฐานรายได้ในระยะเวลา และบริษัทอาร์เอส ซึ่งเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จธุรกิจทีวีดาวเทียมมากสุด ผลักดันให้กำไรสุทธิปี 2557 เติบโต 63%จากแรงหนุนของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกปีนี้

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า หุ้นเวิร์คพอยท์ ยังไม่น่าสนใจ เนื่องจากกำไรในปี 2557 ที่คาดว่าจะลดลง เกิดจากต้นทุนคงที่ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจช่องทีวีดิจิทัล ทั้งค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตและค่าเช่าโครงข่าย นอกจากนี้ สถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ อาจจะส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนและการใช้งบโฆษณาชะลอตัวลง

"เราจะทบทวนประมาณการอีกครั้งหลังจากทราบแผนธุรกิจจากฝ่ายบริหารแล้ว หลังจากที่ราคาประมูลทีวีดิจิทัลออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด ยังคงคำแนะนำ ขาย เนื่องจากธุรกิจช่องทีวีดิจิตอลจะยังกดดันผลประกอบการในปี 2557-2558 ขณะที่ราคาหุ้นยังมีโอกาสถูกปรับประมาณการลงจากนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ที่ยังไม่รวมต้นทุนทีวีดิจิทัลไว้ในประมาณการ"

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคเคเทรด กล่าวว่า ภาพรวมผลประกอบการดิจิทัลทีวีในช่วง1ปีแรก ยังคงไม่น่าสนใจ เพราะการดำเนินธุรกิจ ยังต้องใช้เวลาและเมื่อสถานการณ์การเมือง ยังวุ่นวาย ยิ่งจะทำให้ความสามารถในการทำกำไรคงยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าจะให้การตอบรับกับธุรกิจดังกล่าวหรือไม่