วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนชี้การเมืองยืดเยื้อ ฉุดส่งออกไตรมาส2-3

เอกชน เผยส่งออกไตรมาสแรกยังขยายตัวได้ การเมืองยังไม่กระทบ เหตุคำสั่งซื้อค้างจากปีที่แล้ว หวั่นการเมืองยืดเยื้อและรุนแรง กระทบไตรมาส 2-3

เอกชนยังมั่นใจส่งออกในไตรมาสแรก สามารถขยายตัวได้ แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ โดยได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศและเกิดจากคำสั่งซื้อตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

นายวัลลภ วิตนากร กรรมการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่าการส่งออกในภาพรวมประเมินไตรมาสแรก ได้รับผลดีจากเศรษฐกิจตลาดต่างประเทศฟื้นตัว โดยเฉพาะยุโรปที่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน เช่นเดียวกันญี่ปุ่น ที่มีแรงซื้อเข้ามาจากแผนการลดการนำเข้าสินค้าจากจีนที่มีค่าแรงเพิ่มขึ้น ทำให้เป็นจังหวะที่ไทยจะเข้าไปทำตลาดเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด

อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวแต่ในตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายรายการ เช่น อัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้น การซื้อบ้านลดลง ทำให้มีความเป็นห่วงว่าตลาดนี้อาจมีปัญหา จึงต้องเน้นการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองยังยืดเยื้อ และหากมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็เชื่อว่าปลายไตรมาส 2 และ 3 การส่งออกจะน่าเป็นห่วง เพราะว่าคำสั่งซื้อเก่าที่ได้ ถือว่าตั้งแต่ปลายปี 2556 กำลังจะหมดลง และการรับคำสั่งซื้อใหม่ต้องขึ้นกับความเชื่อมั่นของผู้ซื้อว่าไทยจะสามารถผลิตและส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลาหรือไม่ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องเน้นการปรับตัวและหันพึ่งตัวเองและสร้างเครือข่ายในภาคธุรกิจด้วยการลดการพึ่งพาภาครัฐ ในช่วงที่รัฐบาลรักษาการไม่น่าจะทำอะไรได้มากขณะนี้” นายวัลลภ กล่าว

นายวัลลภ กล่าวว่า ทิศทางการส่งออกอาจมีการเปลี่ยนแปลง หากสถานการณ์ทางการเมืองของไทยมีการขยายตัวรุนแรงและกระทบถึงการขนส่งสินค้า ซึ่งต้องสื่อสารกับลูกค้าในต่างประเทศว่าไทยยังมีศักยภาพในการผลิตและส่งสินค้าได้ตามกำหนดเวลาเหมือนเดิม การเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นเรื่องของเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้ารายตลาดปี 2557 จะขยายตัว 5% โดยหลายตลาดขยายตัวกลับมาเป็นบวก เมื่อเทียบกับปี 2556 โดยปี 2557 ตลาดที่สำคัญได้แก่ อาเซียนขยายตัว 8% มูลค่า 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์ จีน ขยายตัว 3% มูลค่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ อินเดีย ขยายตัว 3% มูลค่า 5.6 พันล้านดอลลาร์

สำหรับตลาดสหรัฐ ขยายตัว 3% มูลค่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ สหภาพยุโรป ขยายตัว 5% มูลค่า 2.34 หมื่นล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่น ขยายตัว 2% มูลค่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์