วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'Insta.Printa'สร้างแบรนด์ "ขั้นเทพ"ยุคดิจิทัล

เครื่องปริ๊นภาพจาก"อินสตาแกรม"ไม่เพียงทำให้พลเมืองยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คผู้หลงใหลการถ่ายภาพได้แฮปปี้สุดๆแต่ยังเป็นเครื่องมือการตลาด“ขั้นเทพ"

แชะภาพ! อัพขึ้น Instagram ปรับแต่งตามใจชอบ ติด hashtag (#) ที่กำหนด บันทึกลงเครื่อง "Insta.Printa" อีกแค่อึดใจเดียว ไม่เกิน 1 นาที ภาพสวยๆ ก็จะถูกพิมพ์ออกมา เป็นภาพถ่ายแห่งความทรงจำที่เก็บไว้ได้นานแสนนาน

นี่คือความอัจฉริยะ ของเครื่อง "Insta.Printa" (อินสตา.ปริ๊นต้า) เครื่องปริ๊นภาพจาก "อินสตาแกรม” (Instagram) ที่กำลังฮอตฮิตติดลมบนในกลุ่มนักจัดอีเวนท์ และเจ้าของแบรนด์สินค้า ที่นำไปสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงาน ใช้เป็นกลยุทธ์ด้านการสร้างแบรนด์ และเครื่องมือการตลาด “ขั้นเทพ”

ธุรกิจสตาร์ทอัพของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้เวลาเพียงไม่นาน ขยับมามีรายได้นับสิบล้านบาท และไม่ใช่เติบโตแค่เมืองไทย แต่กำลังสยายปีกไปทั่วโลก ทั้ง สิงคโปร์ อังกฤษ สวีเดน และตุรกี

“ธุรกิจนี้เกิดจากเรามองว่า เมืองไทยมีอีเวนท์เกิดขึ้นเยอะมาก ซึ่งเวลาคนไปงานก็ต้องมีการถ่ายรูปและแชร์ขึ้น Instagram แต่จะทำอย่างไรให้รูปที่ทุกคนถ่ายออกมานั้น สามารถเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดได้ และทุกคนอยากมีส่วนร่วมกับงานมากขึ้น”

“ณัชพล ไตรวงศ์วรนาถ” ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท 9Zebra จำกัด วัย 26 ปี บอกที่มาของธุรกิจบริการเช่าเครื่องปริ๊น "Insta.Printa" ที่เขาร่วมกับเพื่อนคนไทย 4 ชีวิต และเพื่อนชาวต่างชาติ อีก 2 ชีวิต ช่วยกันพัฒนาขึ้น โดยที่ไม่ได้มีแค่เรื่องปริ๊นภาพ และการถ่ายภาพ แต่คือการตกผลึกทางความคิด เรื่องการสร้างแบรนด์และการตลาดผ่านเครื่องพิมพ์ภาพจาก Instagram

เขายกตัวอย่าง การที่ความสนุกจากเครื่องสามารถดึงดูดให้ผู้คนที่ร่วมงาน ถ่ายรูปและแชร์รูปกันเยอะขึ้น นั่นก็หมายความว่าคนทั่วโลก จะได้เห็นกิจกรรมของแบรนด์ต่างๆ ผ่านทาง Instagram มากขึ้น นำมาสู่ความสนใจแบรนด์ในที่สุด
และการทำระบบ “หลังบ้าน” ที่ทำให้เครื่อง "Insta.Printa" สามารถบันทึกข้อมูล และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงการตลาดต่างๆ ได้ อาทิ กลุ่มลูกค้าที่ร่วมกิจกรรมมีใครบ้าง, จำนวนการโพสต์ภาพภายในงาน, จำนวนผู้พบเห็นภาพในงานตามบัญผู้ติดตามใน Instagram ของกลุ่มลูกค้าที่ร่วมกิจกรรม รวมถึง จำนวนการ กดไลค์ และ Viral Effect ของงานเป็นอย่างไร เหล่านี้ ก็สามารถล่วงรู้ได้

“เช่น อีเวนท์งานหนึ่ง มีผู้ร่วมงานประมาณ 500 คน และมีผู้พบเห็นภาพกิจกรรมผ่าน instagram กว่า 5 ล้านคน ซึ่งเทียบเท่ากับการจัดอีเวนท์ ทุกวันถึง 27 ปี!”

Insta.Printa จึงเป็นได้มากกว่าเครื่องปริ๊นภาพ แต่คือ การวัดเคพีไอของคนมาร่วมงานอีเวนท์ รวมถึงยังสามารถตั้งเคพีไอให้กับเหล่าดารา เซเลบที่มาร่วมงานอีกด้วย เช่น คนนี้อัพแล้วมีคนเห็นมาก เห็นน้อย มีคนคอมเม้นต์เยอะแค่ไหน ช่วยให้การเลือกใช้ “เซเลบริตี้มาร์เก็ตติ้ง” (การทำตลาดผ่านบุคคลที่มีชื่อเสียง) ทำได้ถูกต้องและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยข้อมูลที่พิสูจน์ได้ใน “เชิงสถิติ”

เขาบอกความน่าสนใจของแบรนด์ที่เลือกใช้ Insta.Printa ในงานอีเวนท์ และยังคงไม่หยุดนิ่งด้วยการพัฒนา Function ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของงานให้มากขึ้น เช่น สามารถตอบ Comment หรือขอบคุณลูกค้าได้ รวมทั้ง function เกม เพื่อสุ่มจับรางวัล เป็นต้น ตลอดจน การขยายไปในกลุ่มงานแต่งงานในอนาคต

นี่เองที่ทำให้พวกเขายังคงเป็นผู้นำตลาดบริการเช่าเครื่องปริ๊น "Insta.Printa" ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มงานอีเวนท์ แบบ Exclusive ระดับ Hi-End เป็นที่เลือกใช้ของแบรนด์ระดับโลกและระดับประเทศ จนมีรายได้หลักสิบล้านบาทต่อปี

“เราทำมาถึงตอนนี้ ก็ยังเป็นสินค้าที่ว้าวอยู่นะ เพราะพยายามคิดการตลาดออกมาเรื่อยๆ แต่ต้องยอมรับว่า คู่แข่งที่ทำเครื่องปริ๊นรูปมีเยอะมาก เราทำมาประมาณหนึ่งปี มีคู่แข่งเข้ามา 6 เจ้าแล้ว ขณะที่สิงคโปร์เอง ก็เปิดมาเป็นสิบเจ้า แล้วจะทำอย่างไรให้เราเป็นผู้นำไปเรื่อยๆ และให้ลูกค้าที่ใช้บริการอยู่ไม่เปลี่ยนใจ นั่นคือต้องพัฒนาระบบหลังบ้าน และให้บริการที่ลึกขึ้น ก็คิดว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะอยู่แค่ปี สองปี ถ้าเราไม่เปลี่ยนเป็นอะไรที่ทุกคนจะเบื่อ จึงต้องหาโพรดักส์ใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ”

เขาบอกความจริง ของผลิตภัฑณ์ที่ “มีอายุไข” ถ้าไม่พัฒนาก็เท่ากับจบ!

Insta.Printa เป็นผลิตผลจากธุรกิจสตาร์ทอัพของคนรุ่นใหม่ ที่เริ่มความฝันของพวกเขาตั้งแต่วัยหนุ่ม มุ่งมั่นลงมือทำธุรกิจด้านดิจิตทัล แม้จะต้องผ่านบทพิสูจน์ ทั้งความยาก ท้าทาย การถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบ และยังมีโจทย์มากมายให้เรียนรู้ จากเพียงแค่เชื่อว่า..

‘ถ้าเราไม่ทำความฝันของตัวเอง คนอื่นก็จะจ้างเราไปทำตามความฝันของเขา’

“ถามว่ากลัวไหม ก็กลัวนะ และไม่ใช่ว่าทำมาแล้วไม่เคยพลาด พวกผมเคยโดนโกงมาก็เยอะ แต่สิ่งหนึ่งคือ เราทำ ถ้าพลาด เราจำ และไม่ทำซ้ำเดิมอีก และถ้าพลาดตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นมา เราก็จะไม่พลาดในสิ่งนั้นอีก การพลาดจึงเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าพลาดให้หนักเกินไป ก็แล้วกัน ธุรกิจสตาร์ทอัพ เราทำเป็นดิจิทัล ข้อดีคือ เงินลงทุนไม่เยอะ ถ้าสมมติจะต้องเสียอะไรบ้าง ก็คงแค่ เสียเวลา”

แต่สำหรับเขา "ไม่กลัวเสียเวลา” และต่อให้ต้องเลือกใหม่ ก็ยังคงยืนยันในเส้นทางนี้ เพราะยังมองว่าการเป็นลูกจ้างในบริษัท เราจะได้เรียนรู้แค่ด้านเดียว แต่การทำธุรกิจของตัวเอง เราจะรู้ในหลายๆ ด้าน

“ข้อดีคือ ผมรู้ว่าผมชอบอะไร ผมไม่ได้ชอบการเงิน เหมือนที่เรียนมา บางคนเลือกเรียนต่อโททั้งๆ ที่ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไร แบบนั้นผมเรียกว่า เสียเวลา แต่การมาทำธุรกิจ ผมมองว่า มันเหมือน มหาลัยชีวิต”

เขาสะท้อนความคิด ก่อนฝากถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อยากเริ่มต้นความฝันด้วยธุรกิจสตาร์ทอัพของตัวเอง โดยเฉพาะธุรกิจดิจิทัล ที่เขาย้ำว่า อายุไม่สำคัญ และ “ยิ่งเด็ก ยิ่งดี” แต่การจะเริ่มได้ ต้องมีทีมที่ดี มีระเบียบ และมีความเป็นมืออาชีพ และอย่าใจร้อน คิดแต่จะสร้างแบรนด์ สร้างโพรดักส์ตัวเอง โดยที่ยังตีโจทย์ไม่แตก เพราะทำแล้วอาจขายไม่ได้ หรือต้องใช้เวลานาน ทำให้ไม่มีเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงธุรกิจ แต่สิ่งที่สตาร์ทอัพควรทำคู่กันไป คือ รับจ้างทำโพรเจค เพื่อให้มีรายได้เข้ามาเลี้ยงองค์กร

“นอกจากนี้ ต้องมีความอดทน ทำไปเรื่อยๆ บางทีอาจจะไม่เห็นเงินเยอะในช่วงแรก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเงินเกิดขึ้นเลย บางครั้งก็ต้องใช้เวลา เหมือนที่คุณตัน ภาสกรนที บอกว่า 'ล้านแรกหายาก' แต่ก็ไม่ใช่ว่าทนทำไป โดยที่มองไม่เห็นอะไร แต่เราต้องรู้ตัวเอง รู้เป้าหมาย มีวิสัยทัศน์และรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้มีโอกาสพัฒนาไปได้อย่างไรบ้าง”

เขาสะท้อนความคิด ขององค์กรคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้เอาเงินเป็นที่ตั้ง แต่เอา “Passion” และ “ความสำเร็จ”เป็นเข็มทิศนำไปสู่เป้าหมาย ขณะที่ทุกคนต่างมีความฝันของตัวเอง ก็แค่ให้เอาความฝันนั้นมาร่วมกัน เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน ในน่านน้ำแห่งธุรกิจดิจิทัล

..........................................

Key to success
เติบใหญ่ในธุรกิจดิจิทัล แบบ "Insta.Printa"

๐ สอดรับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่ชอบ แชะ! แชร์! ไลค์!
๐ ไม่ใช่แค่เครื่องปริ้นภาพ แต่คือเครื่องมือทางการตลาด
๐ ระบบหลังบ้านดี เก็บข้อมูลเชิงสถิติ ไปต่อยอดในธุรกิจได้
๐ สามารถขายไลเซ่นส์ไปทั่วโลก
๐ ธุรกิจดิจิทัล ลงทุนน้อย อายุไม่สำคัญ ยิ่งเด็ก ยิ่งดี
๐ พัฒนาของใหม่ไม่หยุดนิ่ง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาด