กำไรดีกว่าคาดจากปรับนโยบายบัญชี
กำไรสุทธิปี 2556 เพิ่มขึ้น 4% จากการปรับอายุทรัพย์สินใหม่
SYMC รายงานกำไรสุทธิปี 2556 ที่ 246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY โดยใน 4Q56 มีกำไรสุทธิ 99 ล้านบาท ดีกว่าเราคาดมาก เนื่องจากบริษัทปรับนโยบายบัญชีอายุทรัพย์สินใหม่ (มาตรฐานบัญชีฉบับที่ 16) ทำให้มีการทบทวนอายุการใช้ประโยชน์อุปกรณ์โครงข่ายเพิ่มเป็น 5-20 ปีจาก 5-10 ปี เริ่ม 1 ม.ค. 56 ส่งผลให้ค่าเสื่อมในต้นทุนบริการปี 2556 ลดลงจากเดิม 45% และเป็นสาเหตุทำให้ต้นทุนบริการและค่าเสื่อมใน 4Q56 ต่ำกว่าปกติ SYMC ประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H56 ในอัตราหุ้นละ 0.43 บาท สูงกว่าคาด ให้ผลตอบแทน 2.8% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 30 เม.ย. จ่ายเงินปันผลวันที่ 20 พ.ค
EBITDA ตามคาด
แม้การปรับนโยบายบัญชีทรัพย์สินใหม่จะทำให้ SYMC มีค่าเสื่อมราคาในปี 2556 ลดลงจากเดิม แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง EBITDA โดยรายได้จากบริการเช่าวงจร และ EBITDA เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับเราคาด ขณะเดียวกันสัดส่วนรายได้บริการเช่าวงจรของ SYMC กระจายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงประเภท Private Network มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 26% ส่วนรายได้ Digital Broadcast และ IPLC มีสัดส่วน 9% เท่ากัน อย่างไรก็ตามผลกระทบจากการลงทุนโครงข่ายแทนการเช่า ทำให้ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นกว่ารายได้ฉุด Gross margin และ EBITDA margin เหลือ 53.3% และ 48.4% ตามลำดับ
ปรับประมาณการสะท้อนอายุทรัพย์สินใหม่…ไม่กระทบมูลค่าเหมาะสม
เราปรับประมาณการปี 2557-2560 เพิ่มจากเดิม 11 – 22% สะท้อนการทบทวนอายุอุปกรณ์โครงข่ายใหม่ที่ 5-20 ปี ส่งผลให้ต้นทุนบริการปี 2557-2560 ลดลงจากเดิม 6-9% ตามค่าเสื่อมราคาที่รวมในต้นทุนลดลงจากเดิม 11-17% เราคาดว่าปี 2557 บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปี 2556 ส่วนปี 2558-2560 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิราว 20% (CAGR ปี 2558 – 2560) ทั้งนี้แม้การปรับนโยบายบัญชีอายุทรัพย์สินจะส่งผลบวกต่อค่าเสื่อมราคาลดลง แต่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Non cash) และไม่กระทบมูลค่าเหมาะสม SYMC ที่ 17 บาท
อัตรากำไรกลับสู่ขาขึ้น
เราชอบปัจจัยพื้นฐาน SYMC มองว่าธุรกิจหลักมีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากเป็นการให้บริการเช่าวงจรที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นและมีโอกาสเติบโตตามความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้น เราคาดว่าปีนี้กำไรสุทธิจะฟื้นตัวจากผลกระทบต้นทุนที่ซ้ำซ้อนลดลงหลังสัญญาเช่าโครงข่ายหลักครบอายุกลางปี และเห็นผลบวกของการใช้งานโครงข่ายเพิ่มขึ้นต่อการประหยัดต้นทุนมากขึ้น ทำให้ปีนี้คาดว่า EBITDA margin จะเพิ่มขึ้นเป็น 49.1% และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใน 3 ปีข้างหน้าเป็น 52.3% ในปี 2560 คงคำแนะนำ “ซื้อ”








