"เดือนเด่น"ธุรกิจพลังงานไทยผูกขาดโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิต การซื้อขาย การแยกก๊าซ หรือถึงการขาย
ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ(ทีดีอาร์ไอ)กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดเพราะเรามีปตท.ซื้อน้ำมันจากประเทศอื่นเจ้าเดียว ซึ่งพลังงานทั้งหมดเอื้อประโยชน์ให้คนไทยหรือไม่ ตอนนี้เราใช้พลังงานที่สะอาดหรือไม่ มีความมั่นคงทางพลังงานหรือไม่ ที่สำคัญราคาพลังงานเป็นธรรมหรือไม่ ที่มีปตท.เป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะเรื่องราคานั้นใครก็รู้ว่าธุรกิจพลังงานไทยผูกขาดโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิต การซื้อขาย การแยกก๊าซ หรือถึงการขาย ก็เป็นของปตท.ทั้งหมด ทำให้ตลาดไม่มีการแข่งขัน ซึ่งการกำหนดราคาขึ้นอยู่กับหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลคือ กระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) ทำให้ผู้ประกอบการไม่ต้องขวนขวายในการประหยัดต้นทุน เพราะผ่านต้นทุนให้แก่ผู้บริโภคได้ทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานรัฐคุ้มครองประชาชนหรือผู้ประกอบการหรือไม่
ดร.เดือนเด่น กล่าวอีกว่า รัฐบาลพยายามรักษาผลประโยชน์จากปตท.ทุกรูปแบบ เพราะมีผลประโยชน์ไปด้วย ทั้งภาษี หรือการตั้งคนเข้าไปในปตท. ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีรัฐบาลไหนพยายามสลายการผูกขาดของปตท. ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่จะเข้าไปดำเนินการ ซึ่งในกรรมการปตท.ก็จะรู้ว่าใครเป็นคนกำหนดนโยบาย นอกจากนี้พบว่ากรรมการปตท.มีตัวแทนของนโยบายในหน่วยงาน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนด้านการกำกับนโยบาย ตั้งแต่เลขาธิการสภาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน เป็นต้น โดยในปี 2556 ปตท.มีกำไร 104,666 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คิดว่านโยบายพลังงานของประเทศยังสะท้อนผลประโยชน์ของปตท.มากกว่าผลประโยชน์ของประเทศ และของประชาชน ทำให้เกิดการผูกขาดธุรกิจพลังงาน บรษัทรายใหม่ รายย่อยเกิดไม่ได้
"หน่วยงานกำกับดูแลก็ไม่มีความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง มีการตอบสนองนโยบายรัฐบาลมากกว่าการรักษาผลประโยชน์ของประชาชน หรือปตท.ใหญ่เกินไปจนกว่าใครจะแตะได้หรือไม่ ทำให้พลังของประชาชนเท่านั้นที่จะสามารถยับยั้งการครอบงำทางเศรษฐกิจของเครือข่ายยักษ์ใหญ่ทางพลังงานนี้ได้ ซึ่งกำไรของปตท. 80 เปอร์เซ็นต์มาจากก๊าซ เหมือนอัฐยายซื้อขนมยาย แต่ไม่เป็นธรรม ทั้งที่ปตท.เป็นรัฐวิสากิจ ซึ่งประชาชนก็เป็นเจ้าของปตท. แต่กลับไม่สามารถรับรู้เรื่องของปตท.ได้เลย"ดร.เดือนเด่น กล่าว









