บริษัทโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย "ซิโนเปค คอร์ป" มีแผนที่จะขายธุรกิจน้ำมันของตนถึง 30% ให้กับบรรดานักลงทุนเอกชน
การขายหุ้นในธุรกิจด้านการตลาดของซิโนเปคซึ่งเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันกว่า 30,000 แห่ง มีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลจีนกำลังหาทางกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ และให้คำมั่นเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่าจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเศรษฐกิจของประเทศ
เป็นเวลาหลายปีที่นักลงทุนภาคเอกชนไม่สามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมอันล้ำค่าในภาคธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของจีนซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลก และถูกครองตลาดโดยบริษัทซิโนเปคและยักษ์ใหญ่น้ำมันรายอื่น ๆ เช่น "ปิโตรไชน่า" และ "ซีนุค"
หุ้นของซิโนเปคพุ่งขึ้นราว 9% ในตลาดหุ้นฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ระหว่างการซื้อขายช่วงเช้าเมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) ตอบรับกระแสข่าวดังกล่าว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 8.4% ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
ในเอกสารที่แจ้งต่อตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อช่วงเย็นวันพุธ (19 ก.พ.) ซิโนเปคระบุว่า บอร์ดบริหารของบริษัทได้อนุมัติแผนปรับโครงสร้างกิจกรรมการตลาดผลิตน้ำมัน และกระจายการถือครองหุ้นโดยวิธีเปิดกองทุนเพื่อสังคมและกองทุนส่วนบุคคล
ซิโนเปค ระบุด้วยว่า บอร์ดบริหารได้อนุญาตให้บริษัทดึงนักลงทุนเพื่อสังคมและเอกชนเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจได้ถึง 30% แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ประธานของซิโนเปค "นายฝู เฉิงกิว" หวังว่าการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ต่อธุรกิจด้านการตลาดของตนซึ่งส่วนใหญ่รวมถึงปั๊มน้ำมันกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศจีน และการขายหุ้นให้กับบรรดานักลงทุนเอกชนอาจจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจส่วนนี้ได้









