สสว.แจงชุมนุมทางการเมืองช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.กระทบเอสเอ็มอีรุนแรงถึง 56% ส่งผลยอดขายหนัก เผยลูกค้าต่างชาติสวนจตุจักรหาย 98%
จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มสมาคมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ พบว่ากระทบต่อผู้ประกอบการด้านยอดขายลดลง รวมถึงสภาพคล่องทางการเงินในระดับสูง ส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนอัตราดอกเบี้ยต่ำ และการจัดหาตลาดหรือช่องทางจำหน่ายสินค้ามากที่สุด
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลจากเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 500 ราย ช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. 2557 โดยเดือนก.พ. มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรงถึง 56% ได้รับผลกระทบปานกลาง 25% ได้รับผลกระทบน้อย 4% และไม่ได้รับผลกระทบ 15% เทียบจากผลสำรวจเดือนม.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลกระทบรุนแรง 38% ได้รับผลกระทบปานกลาง 28% ได้รับผลกระทบน้อย 12% และไม่ได้รับผลกระทบ 22%
"จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ พบว่ายอดขายลดลงถึง 30% ธุรกิจเครื่องดื่มบางรายลดลง 20-30% ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองยอดขายลดลงจากปลายปีที่ผ่านมาถึง 40% โดยในส่วนของตลาดนัดสวนจตุจักรเดือนม.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปถึง 98% นักท่องเที่ยวคนไทยก็หายไป 63% มีร้านค้าปิดตัวลง 32% สาเหตุที่สำคัญมาจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ผู้ซื้อจากต่างชาติหายไปมาก"นายปฏิมา กล่าว
รัดเข็มขัดชั่วโมงทำงาน-พนักงาน
นายปฏิมา กล่าวว่า รูปแบบการปรับตัวของเอสเอ็มอี 44% จะเป็นมาตรการลดค่าใช้จ่ายโดยลดต้นทุนการผลิต ลดชั่วโมงทำงาน และลดพนักงาน รองลงมาเป็นมาตรการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด 37% โดยการ Direct sale การตลาดออนไลน์ ให้ลูกค้าผ่อนชำระ หรือชำระด้วยบัตรเครดิต และขยายตลาดไปยังต่างจังหวัดและต่างประเทศ มาตรการปรับลดกำไร ลดการลงทุนเพิ่ม 4% และยังไม่มีการปรับตัว 15% เนื่องจากขาดสภาพคล่อง ไม่รู้จะปรับอย่างไร และรอดูสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม สสว. จึงได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน มาตรการช่วยเหลือด้านการตลาด และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ โดยมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน ได้รับความร่วมมือจาก 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
ออก3มาตรการช่วยเอสเอ็มอี
โดยสถาบันการเงินเหล่านี้จะให้ความช่วยเหลือ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การพักชำระเงินต้นจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเวลา 6-12 เดือน 2.การขยายเวลาการชำระหนี้ 3-12 เดือน และ 3.การให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และผ่อนระยะยาว ทั้งนี้ เอสเอ็มอีที่เข้ารับมาตรการดังกล่าวจะไม่ถือเป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 20,000 ราย เอสเอ็มอีที่สนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องเข้ามาสมัครผ่านทาง สสว. ซึ่ง สสว.จะเป็นผู้ที่คัดเลือกผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง จากนั้นจะเสนอให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาต่อไป ส่วนอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามระเบียบของธนาคารต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ
"คาดว่าเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการจะไม่เกินกว่าปี 2553 ที่เกิดเหตุจลาจลเผากรุงเทพฯ ซึ่งมีเอสเอ็มอีเข้ามาขอความช่วยเหลือประมาณ 2 หมื่นราย มีการขอสินเชื่อประมาณ 5 พันล้านบาท" นายปฏิมา กล่าว
เร่งหาช่องทางเพิ่มยอดขาย
ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านการตลาด เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมียอดขายหรือรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างบรรยากาศการขาย ได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าหรือบริการแก่ เอสเอ็มอี ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัด Market Place ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับห้างสรรพสินค้าหลายรายในสิบพื้นที่ในหัวเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยว เช่น สนามกีฬาหัวหมาก รวมทั้งส่งเสริมการขายผ่านร้านค้าออนไลน์ และเชื่อมโยงเอสเอ็มอี กับบริษัทชอปปิ้งออนไลน์ เช่น Dealfish, Lazada เพื่อสนับสนุนสิทธิประโยชน์หรือ package พิเศษ การส่งเสริมช่องทางการตลาดในประเทศและต่างประเทศ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งผู้ประกอบการด้านค้าปลีก ในการจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการ และจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เป็นต้น
นอกจากนี้ ได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ นำผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ออกไปเปิดตลาดต่างประเทศ เช่น การไปออกงานแสดงสินค้าที่ออสเตรเลีย และจีน รวมทั้งการไปเจาะตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซียในเดือนมี.ค. นี้ และร่วมมือกับสถานทูตไทยในประเทศต่างๆในการหาตลาดส่งออก
ส่วนมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งด้านการบริหารต้นทุนและสินค้าคงคลัง การบริหารด้านการตลาดและลูกหนี้การค้า การวิเคราะห์สถานะธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และการจัดอบรมให้ความรู้ ผู้ที่ขอรับการช่วยเหลือ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม มีเอกสารเบื้องต้นแสดงสถานะของกิจการ มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ สสว.ได้จัดตั้งคลินิก เอสเอ็มอี เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับลงทะเบียนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ให้คำปรึกษาปัญหาในด้านต่างๆ ทั้งด้านการเงิน การตลาด การปรับปรุงธุรกิจ การผลิต การบริหารจัดการ เพื่อสร้างความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
เอสเอ็มอีขานรับมาตรการช่วยเหลือ
นายวิวัฒน์ วิภวพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาวายไทยเอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สานและถักทอ ภายใต้แบรนด์ ฮาวายไทย เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับมาตรการและแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทั้ง 3 มาตรการข้างต้น เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีตลาดหลักอยู่ในประเทศ เมื่อเกิดภาวะวิกฤติทางการเมืองขึ้นจึงส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ชะลอการสั่งซื้อสินค้าออกไปจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขอเพิ่มเติมข้อเสนอแนะบางประการว่า อยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติมรายละเอียดการช่วยเหลือเอสเอ็มอีลงรายละเอียดในแต่ละกลุ่ม เช่น เจาะจงมาเลยว่ากลุ่มธุรกิจอาหารรัฐจะช่วยเหลืออย่างไรบ้าง กลุ่มเฟอร์นิเจอร์มีมาตรการอย่างไรบ้าง เป็นต้น เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมีธรรมชาติธุรกิจต่างกัน มีรายละเอียดและความต้องการในการช่วยเหลือที่แตกต่างกัน แม้จะมีมาตรการหลักออกมา แต่ไม่อาจจะครอบคลุมได้ทั้งหมด
"เห็นด้วยอย่างมาก เพราะตอนนี้เพื่อนๆ ที่เป็นเอสเอ็มอีลำบากมาก เพราะไม่มีตลาดในต่างประเทศรองรับ การไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับเอสเอ็มอีไทย พอตลาดในประเทศชะงักเราก็ลำบากกันหมด ผมว่ามาตรการที่ออกมาเป็นมาตรการที่ดีมากเหมือนตอนออกมาตรการช่วงน้ำท่วม ช่วยเราได้เยอะมากๆ”
สำหรับบริษัท เป็นผู้ประกอบธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ก่อนที่ประเทศไทยจะเกิดปัญหาการเมืองมีสัดส่วนรายได้ภายในประเทศมากถึง 50% แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 20% แต่โชคดีตลาดส่งออกอย่างสหรัฐพลิกฟื้นกลับมาได้ถูกจังหวะที่ไทยกำลังแย่ และญี่ปุ่นมีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง จึงน่าจะทำให้ปีนี้รายได้ไม่น่าจะต่ำกว่าปีก่อนที่ 400 ล้านบาท โดยตั้งเป้าเติบโตที่ 10% ในปีนี้









