วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังจ่อออกบอนด์ขายรายย่อย

รัฐบาลเร่งหาเงินจ่ายหนี้จำนำข้าว เตรียมออกพันธบัตรขายประชาชนทั่วไป คาดสรุปได้ต้นเดือนมี.ค. นี้ ยอมรับต้นทุนสูงกว่ากู้แบงก์

แผนหาแหล่งเงินของรัฐบาลเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวยังคงเดินหน้า หลังจากธนาคารออมสินยกเลิกการปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เนื่องจากลูกค้าเงินฝากของธนาคารทั่วประเทศไม่พอใจ แห่ไปถอนเงินแล้ว 3 วัน กว่า 9 หมื่นล้านบาท ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยกู้โครงการจำนำข้าว และไม่ได้ปล่อยกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องจริง จนทำให้นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ต้องประกาศลาออก เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ การกู้เงินผ่านสถาบันการเงิน ก็ไม่ได้รับความสนใจ เพราะติดข้อกฎหมาย ส่งผลให้รัฐบาลต้องหาแหล่งเงินใหม่ เพื่อนำมาใช้จ่ายโครงการรับจำนำข้าวที่ยังติดค้างชาวนาทั่วประเทศ 1.2 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวจาก กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเพื่อหาช่องทาง การหาแหล่งเงินกู้เพื่อใช้โครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากการกู้เงินผ่านสถาบันการเงินคงเป็นไปได้ยาก หลังจากที่หลายฝ่ายออกมาต่อต้าน ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ ก็กังวลว่าอาจถูกตีความว่าผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ทำให้กระทรวงการคลัง อาจต้องหันมาระดมเงิน ด้วยการออกพันธบัตร มาขายให้กับประชาชนทั่วไป

"ขณะนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังพิจารณาวงเงิน และผลตอบแทน เพื่อจูงใจผู้ลงทุน" แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม การออกพันธบัตรโดยปกติต้นทุนจะสูงกว่าการกู้โดยตรงจากธนาคาร หรือ การขายพันธบัตรให้กับสถาบันการเงิน รวมทั้ง หากขายรายย่อย พันธบัตรจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ จึงจะได้รับความสนใจ ปกติอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2-3 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 2.75-3.00%

แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลพยายามหาช่องทางที่จะหาเงินมาจ่ายหนี้ให้แก่ชาวนาทุกวิถีทาง หลังจากไม่สามารถใช้เงินกู้จากธนาคารออมสินได้ เบื้องต้นรัฐบาลมีแนวคิดที่จะดึงเงินจากกองทุนฯ หรือหน่วยงานที่มีสภาพคล่อง อาทิ กองทุนหมู่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่เนื่องจากสภาพคล่องของทั้งกองทุนหมู่บ้าน และ อปท.ติดขัด เรื่องวัตถุประสงค์การใช้เงิน ทำให้อาจมีปัญหาภายหลังในแง่ข้อกฎหมาย

แหล่งข่าวกล่าวว่า ทางเลือกสุดท้ายในขณะนี้ คือ การออกพันธบัตรรัฐบาลระดมทุน ซึ่งแผนเดิมเคยจะออกพันธบัตรเพื่อนำมาชำระคืนเงินกู้จากธนาคารออมสิน โดยจะขายพันธบัตรให้แก่รัฐวิสาหกิจ อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. โดยเฉพาะ ทอท. วันนี้ (20 ก.พ.) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท และมีวาระพิจารณานำสภาพคล่อง 4 หมื่นล้านบาท มาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

สหภาพออมสินจี้บอร์ดขอโทษลูกค้า

นายลิขิต กลิ่นถนอม ประธานสหภาพแรงงานธนาคารออมสิน กล่าวว่า สหภาพแรงงานฯ ได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการธนาคาร เพื่อขอให้รับผิดชอบต่อกรณีที่มีส่วนให้เกิดวิกฤติความเชื่อมั่นต่อผู้ฝากเงิน โดยให้ออกมาขอโทษต่อลูกค้า และพนักงานทุกคน และต้องไม่นำธนาคารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ทั้งนี้ บอร์ดได้ให้คำมั่นสัญญากับสหภาพแรงงานฯ และพนักงานว่า ได้ยุติการปล่อยกู้แก่ ธ.ก.ส.แล้ว ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยกู้ในลักษณะดังกล่าวอีก แต่หากต่อไปบอร์ดมีการดำเนินการปล่อยกู้ ทางสหภาพจะยกระดับการชุมนุมขับไล่และถึงขั้นปิดธนาคาร

"สถานการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 100 ปี ของ ธนาคารออมสิน ที่เกิดการถอนเงินขนาดนี้ ขั้นต่อไปธนาคารจะต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้าโดยเร็ว จะมีการทำแถลงการณ์ของธนาคารและสหภาพถึงสาขา เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น ว่าธนาคารจะไม่นำเงินฝากของลูกค้าไปใช้ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และจะส่งถึง กปปส. ด้วย"

ในแง่ความรับผิดชอบของบอร์ดต่อกรณีดังกล่าว ควรถึงขั้นลาออกหรือไม่ นายลิขิต กล่าวว่าขณะนี้ ยังไม่ถึงขั้นนั้น หากบอร์ดลาออกก็จะกระทบการดำเนินงาน ซึ่งธนาคารจำเป็นต้องให้บอร์ดทำหน้าที่ โดยเร่งสร้างความเชื่อมั่น เข้าใจว่าภายใน 1-2 วันทางบอร์ดจะได้หารือ และพิจารณาแต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการแทนนายวรวิทย์

"ความรับผิดชอบของบอร์ดก็ต้องมี แต่องค์กรก็ต้องอยู่รอดด้วย เพราะในรัฐวิสาหกิจ ถ้าไม่มีผู้บริหารและบอร์ด ก็จะทำให้องค์กรเดินไม่ได้ แต่ถ้าหมดช่วงวิกฤติไปแล้ว บอร์ดแต่ละท่านจะพิจารณาตัวเองอย่างไรก็แล้วแต่ละท่าน"

คาดสถานการณ์ถอนเงินดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศการถอนและรับฝากเงินที่ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่วานนี้ (19 ก.พ.) มีกลุ่มผู้ถอนและผู้ฝากเดินทางเข้ามาทำธุรกรรมกับธนาคารอย่างต่อเนื่องในส่วนผู้ฝากนั้น ได้มีกลุ่มของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด พร้อมกลุ่มสนับสนุน ได้เดินทางมายังธนาคาร เพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมใส่หน้ากากเป็นรูปของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ ชูป้ายคำว่า "ใจดำ" ฝ่ายที่มาสนับสนุนก็ร่วมตะโกนคำดังกล่าว โดยไม่ได้มีการฝากเงินกับธนาคารแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในระหว่างที่ บก.ลายจุด กับกลุ่มได้กล่าวตะโกนเรียกร้องประเด็นดังกล่าว ได้เกิดการโต้เถียงระหว่างพนักงานที่คัดค้านการปล่อยกู้ให้ ธ.ก.ส. กับกลุ่มของ บก.ลายจุด ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัย ต้องเข้าทำหน้าที่แยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะ จากนั้น กลุ่ม บก.ลายจุดได้เดินทางกลับ และบอกว่าวันนี้ (20 ก.พ.) ทางกลุ่มจะเดินทางไปยัง ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ เพื่อแสดงพลังและเรียกร้องให้ธ.ก.ส.ปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

หวัง "วรวิทย์" ออก ช่วยกลับสู่ภาวะปกติ

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ กรรมการธนาคารออมสิน กล่าวสรุปยอดการถอนและฝากเงินของประชาชน ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. พบมีการฝากเงิน 10,800 ล้านบาท และถอนเงิน 38,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับวันที่ 17 ก.พ. ที่มียอดฝาก 10,000 ล้านบาท และถอน 30,000 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมีเงินไหลออกรวมสองวันนี้ ประมาณ 48,000 ล้านบาท ขณะที่สภาพคล่องของธนาคารก่อนวันที่มีการถอนเงินอยู่ที่ 200,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดหวังว่าสถานการณ์การถอนเงินของประชาชนในวันนี้ และวันต่อๆ ไป จะเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจาก นายวรวิทย์ ยื่นหนังสือลาออกจากผู้อำนวยการธนาคาร เพื่อยุติความขัดแย้งภายในองค์กร และสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าธนาคาร หลังจากให้กู้อินเตอร์แบงก์ กับ ธ.ก.ส. วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ธนาคารได้เตรียมเงินสดให้เพียงพอกรณีที่ลูกค้ามีความต้องการจะถอนเงินออกอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การถอนเงินจากธนาคารออมสินทั่วประเทศช่วง 3 วันที่ผ่านมา มียอดการถอนเงินออกสุทธิ 9.2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันมีประชาชนนำเงินมาฝากช่วง 3 วันที่ผ่านมา จำนวน 3.2 หมื่นล้านบาท

ธ.ก.ส.แจงพนักงานไม่ใช้สภาพคล่องปล่อยกู้

ด้าน นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส.ทำหนังสือถึงพนักงาน ธ.ก.ส.เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อให้พนักงานเชื่อมั่น โดยระบุว่า ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ และสูงกว่าเกณฑ์ ธปท.กำหนด ธนาคารจะไม่นำสภาพคล่องมาสำรองจ่ายเงินกู้จำนำข้าวแต่จะนำเงินที่ได้จากการระบายข้าว โดยกระทรวงพาณิชย์และเงินงบประมาณที่กระทรวงการคลังจัดหามาให้โดยการค้ำประกันเท่านั้น

ทั้งนี้ ธนาคารไม่ได้ใช้เงินอินเตอร์แบงก์ จากธนาคารออมสินเพื่อมาเสริมสภาพคล่อง แต่เป็นการใช้เงินทุนที่กระทรวงการคลัง ดำเนินการจัดหามาให้เพื่อใช้ในโครงการนี้เท่านั้น แต่ยังไม่ได้ใช้แต่อย่างใด พร้อมคืนเงินทันทีที่มีการแจ้งมา

ธนาคารรับทราบความเดือดร้อนของลูกค้า จึงได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลและบรรเทาความเดือดร้อน โดยออกมาตรการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตทางการเกษตรฤดูกาลผลิตรอบใหม่ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา

ฟิทช์ชี้ออมสินยังรับมือเงินไหลออกได้

ขณะที่บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ผู้ฝากเงินได้ถอนเงินฝากกับธนาคารออมสิน แสดงให้เห็นว่าปัญหาทางการเมืองอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบธนาคารและการเงินของประเทศไทย

ปริมาณการถอนเงินฝากออกจากธนาคารออมสิน น่าจะยังคงอยู่ในระดับที่จัดการได้ในขณะนี้ โดยธนาคารรายงานว่าเงินฝากที่ไหลออกสุทธิเมื่อวันที่ 17 ก.พ. มีจำนวนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ธนาคารมีฐานเงินฝากรวมอยู่ที่ 1.724 ล้านล้านบาท (ณ สิ้นเดือนส.ค. 2556) การถอนเงินฝากดังกล่าว เป็นผลมาจากความกังขาของประชาชนหลังจากที่ธนาคารออมสินได้มีการอนุมัติวงเงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาท แก่ ธ.ก.ส. เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล และน่าจะเป็นสาเหตุจากปัจจัยทางการเมือง มากกว่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงจากสถานะทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ธนาคารออมสินได้ประกาศว่าจะยกเลิกวงเงินดังกล่าวแล้ว

ฟิทช์ มองว่า ด้วยสภาพคล่องของธนาคารออมสินและการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐผ่านธนาคารกลาง (ธนาคารแห่งประเทศไทย) หรือองค์กรรัฐอื่น น่าจะช่วยให้ธนาคารออมสินสามารถเผชิญกับความเสี่ยงในด้านสภาพคล่องได้ในระยะสั้น

ขณะนี้ ฟิทช์ เชื่อว่าในระยะสั้นภาครัฐน่าจะสามารถป้องกันและบริหารจัดการความท้าทายในด้านสภาพคล่องของธนาคารรัฐได้

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของระบบธนาคารและการเงินยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังคงไม่มีความชัดเจนว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจะสิ้นสุดลงเมื่อไร อีกทั้งการหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ก็ยังคงมีความไม่แน่นอน