วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลงทุนหุ้นไทยตอนนี้ สร้างกำไรในครึ่งหลัง

โบรกฯ แนะช่วงนี้ควรทยอยลงทุนหุ้นไทย เมื่อดัชนีเคลื่อนไหวใกล้แตะระดับ 1,200จุด และถือไว้ก่อน รอการเมืองคลี่คลายช่วงครึ่งปีหลัง

การเคลื่อนไหวของ "ตลาดหุ้นไทย" ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ดัชนีมีความผันผวน โดยปรับตัวลดลง 1.88% และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1,200 - 1,300 จุด ซึ่งถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่โดดเด่นมากนัก ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ โดยในเดือนกุมภาพันธ์นี้คาดว่าดัชนีจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบดังกล่าว เนื่องจากความไม่ชัดเจนจากปัญหาการเมืองในประเทศที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 เป็นปัจจัยหลัก

อย่างไรก็ดี ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในมุมมองของบริษัทยังมีอยู่และจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง ภายใต้สมมติฐานว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศจะคลี่คลายลงภายในไตรมาส 2/2557 เป็นต้นไป ซึ่งตรงกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์หลายแห่งที่ต่างลงความเห็นที่สอดคล้องกันต่อทิศทางความเป็นไปของตลาดหุ้นไทย โดยประเมินว่าในระยะสั้นนี้ ดัชนีตลาดหุ้นจะถูกกดดันจากปัญหาภายในประเทศ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทให้น้ำหนักปัจจัยการเมืองกดดันดัชนีหุ้นถึงประมาณ 70% และในส่วน 30% จะเป็นปัจจัยบวกที่สามารถหนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นสามารถยืนเหนือ ระดับ 1,200 จุด ได้ เช่น ปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งถึงแม้ว่าจะอ่อนตัวลงแต่ก็ยังเป็นบวก และมูลค่าหุ้นที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำแล้ว

สำหรับความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยหากพิจารณาเปรียบเทียบปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการกำไรของบริษัทจดทะเบียนกับประเทศในกลุ่ม TIP (อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์) นับว่ามีปัจจัยแวดล้อมที่ใกล้เคียงกัน คือเศรษฐกิจที่มีสัญญาณชะลอตัวและมีความผันผวนของเงินลงทุนไหลเข้า-ออก จากการชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE-Tapering)

เพียงแต่ในขณะนี้ ปัจจัยการเมืองในประเทศได้กดดันการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัย ซึ่งส่งผลให้มูลค่า (Valuation) ของหุ้นถูก และค่าสัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ยังอยู่ในระดับต่ำประมาณ 11 - 12 เท่า หากเทียบกับกลุ่ม TIP ซึ่งมีค่า P/E ประมาณ 14 - 15 เท่า ซึ่งประเด็นดังกล่าว บริษัทมองว่า เป็นโอกาสที่ดีต่อตลาดหุ้นไทย เพราะจะมีความน่าสนใจลงทุนเป็นลำดับต้นๆ หากปัจจัยการเมืองภายในประเทศคลี่คลายไปได้

นอกจากนั้นราคาหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐและกลุ่มประเทศยุโรปก็เริ่มแพงขึ้น เพราะสะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้น หากราคาหุ้นของตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวสูงจนเข้าใกล้ปัจจัยพื้นฐานหรือแพงกว่าตลาดในภูมิภาคเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ กระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเชียอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงตลาดในกลุ่ม TIP

ดังนั้น ในช่วงนี้บริษัทประเมินว่า เป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการ "ทยอยเข้าลงทุน" โดยเฉพาะเมื่อดัชนีตลาดหุ้นไทย ปรับตัวใกล้ระดับ 1,200 จุด โดยระยะเวลาในการลงทุนจะต้องถือเงินลงทุนข้ามสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศจนกว่าจะมีความชัดเจนได้ โดยเบื้องต้นประเมินว่าจะเป็นช่วงไตรมาส 3/57 เป็นต้นไป สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองมีความชัดเจน อาทิ กลุ่มหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ กลุ่มปิโตรเคมี เพราะหุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคภายในประเทศ ยังคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการฟื้นตัว

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนผ่านกองทุนรวม บริษัทขอแนะนำให้ผู้ลงทุน เลือกลงทุนในกองทุนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนเป็นต้นไป โดยอาจเลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนระหว่างทางของอายุกองทุน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับกระแสเงินสดระหว่างทางการลงทุน

ข้อดีของการเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวม คือ ผู้ลงทุนจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ติดตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และเลือกลงทุนในหลักทรัพย์และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประเมินว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ เมื่อตลาดหุ้นไทยกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง