งานในมือสะดุด..รับผลกระทบงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า
งานในมือฝากความหวังที่ภาคเอกชน
งบประมาณภาครัฐที่ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องหลังจากการยุบสภามีผลกระทบโดยตรงต่อการรับงานก่อสร้างใหม่ของ SEAFCO ในฐานะผู้รับเหมาช่วงจากกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่ อย่างไรก็ดี SEAFCO คาดหวังว่าในปี 2557 มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะได้รับงานจากบริษัทเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการกลุ่มที่อยู่อาศัย และ กลุ่มค้าปลีก ได้แก่ บมจ.พฤกษาเรียบเอสเตส (PS) บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN), โดยเราคาดปี 2557 บริษัทจะมีโอกาสรับงานใหม่ได้ประมาณ 1 พันล้านบาท ลดลงจากทุกปีที่เคยได้รับงานก่อสร้างเฉลี่ย 1.5 พันล้านบาทต่อปี
อุปสรรคจากคู่แข่งในประเทศพม่า
แม้ว่า SEAFCO จะมีโอกาสเพิ่มจากธุรกิจรับงานก่อสร้างในพม่า จากแผนการลงทุนก่อสร้างโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานอีกหลายโครงการและยังมีความต้องการกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ประกอบกับ ขณะที่ SEAFCO มีความชำนาญในการก่อสร้างเสาเข็มประกอบกับมีประสบการณ์งานในพม่าตั้งแต่ปีก่อน อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าการแข่งขันในตลาดพม่าค่อนข้างสูง เพราะมีผู้ประกอบการรายอื่นที่มีความชำนาญเหมือนกับ SEAFCO กว่า 10 แห่ง อีกทั้งการกำหนดเงื่อนไขการวางมัดจำที่สูงถึง 30% ของมูลค่างานและต้องชำระเป็นสกุลเงินบาท ทำให้ความสามารถในการแข่งขันทำได้น้อยกว่าคู่แข่งรายอื่น
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 และ 2557
เราคาดว่าผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2556 ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการใน 4Q56 คาดว่าจะหดตัวลง 16% QoQ เป็น 31 ล้านบาท หากเป็นไปตามที่เราคาดกำไรสุทธิในปี 2556 จะลดลงเป็น 148 ล้านบาท สำหรับในปี 2557 SEAFCO ยังมีงานในมือรอบันทึกรายได้ในปีนี้ 1.6 พันล้านบาทท เป็นงานค้างจากปีก่อนกว่า 90% รวมกับ โครงการอยู่ระหว่างการเจรจาในพม่าราว 200 ล้านบาท แต่งานจากภาครัฐซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 60% ของรายได้จะได้รับผลกระทบจากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า เราจึงคาดว่ารายได้ในปีนี้จะกลับไปที่ระดับเดิมที่ 1.5 พันล้านบาท และปรับประมาณการกำไรสุทธิลงจากเดิม 4.5% เป็น 150 ล้านบาท
ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ”
ผลจากการปรับประมาณการใหม่ ทำให้มูลค่าเหมาะสมที่ประเมินโดยวิธี Price Multiple (PBV 1.7 เท่า) ลดลงเป็น 5.60 บาท แม้ว่ายังสูงกว่าราคาตลาด แต่เนื่องจากเรามองว่าหุ้นยังขาดปัจจัยบวกระยะสั้น และต้องรอจนกว่าจะมีงานรับเหมาช่วงของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลังตั้งรัฐบาลใหม่ ประกอบกับงานที่จะได้รับจึ่งเป็นงานจากภาคเอกชนมีมูลค่าที่ไม่มากนัก ทำให้กำไรสุทธิของปี 2557 ทำได้เพียงทรงตัว เราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ”









