วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BH - ซื้อ

ประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงโดดเด้ง

ประเด็นการลงทุน
BH เป็นผู้นำของกลุ่มในแง่ของอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (เราคาดที่ 28% สำหรับปี 2556 สำหรับ BH เทียบกับ 17% ของค่าเฉลี่ยภูมิภาค) และด้านประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (อัตรากำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2556) โดยกำไรสุทธิปี 2556 มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 9% ทั้งนี้หุ้น BH มีระดับการซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2557 ที่ 22.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่า BGH ที่ 30.5 เท่า และค่าเฉลี่ยเอเชียที่ 25.9 เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 คงเดิมที่ 100 บาท (อ้างอิงจาก DCF)

ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่สูงจะส่งหนุนให้กำไรไตรมาส 4/56 ก้าวกระโดด YoY
เราคาดว่า BH จะรายงานอัตรากำไรหลักเพิ่มขึ้นจาก 12.5% ในไตรมาส 4/55 เป็น 17.0% ในไตรมาส 4/56 (ถือเป็นระดับอัตรากำไรหลักสำหรับไตรมาสที่สี่ที่ดีที่สุดในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา) ประสิทธิภาพที่โดดเด่นมีปัจจัยหนุนมาจากการควบคุมต้นทุน โดยอัตรากำไรขั้นต้นน่าจะขยายตัว 1.3% YoY มาอยู่ที่ 35.5% ในไตรมาส 4/56 โดยคาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะปรับตัวลดลงมากจาก 19.4% ในไตรมาส 4/55 มาอยู่ที่ 15.2% ทำให้เราคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ไว้ที่ 606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY แต่ลดลง 14% QoQ ด้วยปัจจัยทางฤดูกาล (ไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2556 คือไตรมาส 3/56) โดยคาดการณ์กำไรหลักไตรมาส 4/56 ที่ 586 ล้านบาท เติบโต 45% YoY แต่ลดลง 14% QoQ (ให้สังเกตว่าก่อนหน้านี้เราประมาณการไว้ที่ 520 ล้านบาท) ดังนั้นประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ของเราเพิ่มขึ้น 4% มาอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท

ผู้นำด้านราคา
จากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองในขณะนี้ BH ได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารายได้กลุ่มการแพทย์สามารถปรับตัวได้แกร่งภายใต้สภาวะดังกล่าว โดยมีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยสะสมต่อปีในช่วงปี 2546-56 ที่ 12% (ยังเติบโต 8% ในปี 2553 ที่มีการประท้วงของกลุ่มเสื้อแดง) ปัจจัยหนุนหลักของการเติบโตของรายได้การแพทย์ได้แก่รายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากทั้งการปรับเพิ่มราคาและความรุนแรงต่อโรคที่สูงขึ้น โดยในปี 2556 เราให้สมมติฐานการเติบโตของรายได้ต่อหัวในระดับตัวเลขสองหลักและคาดว่าอัตรากำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 17.3% อ้างอิงจากประมาณการของเรา

เป็นหุ้นที่จะกลับมาโดดเด่นหากผู้ป่วยชาวต่างชาติในประเทศกลับมาฟื้นตัว
จำนวนผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง (15-20% ของรายได้ของ BH) แสดงให้เห็นจากข้อมลในอดีตว่าเติบโตได้ดีกว่าชาวต่างชาติรวมที่เข้ามาเมืองไทยแม้ว่าจะมีการประท้วงทางการเมืองในช่วงไตรมาส 2/53 โดยเห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางที่เดินทางมารักษาตัวในประเทศไทยที่เติบโต 18% YoY เทียบกับจำนวนนักท่วงเที่ยวขาเข้าไทยที่ลดลง 13% YoY โดยในปี 2553 โดยจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติของ BH ยังสามารถเติบโตได้ 4% YoY มาอยู่ที่ 423,793 คน ในปี 2553 โดยหากความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้คลี่คลายลง BH จะเป็นหุ้นที่โดดเด่นจากการกลับมาฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติ จากข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ป่วยต่างชาติกลับมาฟื้นตัว 10% ในปี 2554 และ 12% ในปี 2555 เมื่อเหตุการณ์ทางการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ